Minimally Invasive Spine Surgery

หลายๆคนที่มีปัญหาเรื่อง ปวดหลัง ปวดคอ คงจะเคยได้ทราบถึงเรื่องของหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท (รูปภาพที่ 1), หมอนรองกระดูกเสื่อม, หินปูนทับเส้นประสาท, โพรงกระดูกสันหลังแคบตีบรัดเส้นประสาท หรือกระดูกเคลื่อน มาบ้างแล้ว ปัญหาเหล่านี้ล้วนแต่เป็นปัญหาจากภาวะเสื่อมของร่างกาย แล้วทำให้มีอาการปวดหลัง (รูปภาพที่ 2), ปวดคอตามมา ทั้งนี้ยังไม่รวมโรคบางอย่าง เช่น เนื้องอกในไขสันหลัง, เส้นเลือดผิดปกติและแตก ทำให้มีเลือดออกในไขสันหลัง หรือมีการติดเชื้อในบริเวณไขสันหลัง
                                            

รูปภาพที่ 1 ภาพแสดงหมอนรองกระดูกเคลื่อนกดทับเส้นประสาท

รูปภาพที่ 2 ภาพแสดงอาการปวดบริเวณหลัง
 
ในปัจจุบันนี้ การวินิจฉัยโรคไขสันหลัง หรือกระดูกสันหลัง ทำได้ง่ายกว่าสมัยก่อน โดยการตรวจด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยคือ เครื่องสนามแม่เหล็ก (MRI) ทำให้เห็นรายละเอียดต่างๆ ของกระดูกสันหลัง (รูปภาพที่ 3), เส้นประสาทไขสันหลัง, หมอนรองกระดูกสันหลัง, เส้นเลือดที่ผิดปกติ, เลือดที่ออก, ฝีหรือหนองในกระดูกสันหลัง และเนื้องอกต่างๆ
 

รูปภาพที่ 3 ภาพแสดงรายละเอียดต่างๆ ของกระดูกสันหลังจากเครื่องสนามแม่เหล็ก (MRI)
 
ดังนั้น แพทย์สามารถวินิจฉัย และรักษาโรคของผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว เพราะโรคบางอย่างสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็วเช่น การติดเชื้อฝี หรือหนอง, เลือดออกในไขสันหลัง แต่โรคบางอย่างอาจค่อยๆ ลุกลาม เช่น เนื้องอกบางชนิด (รูปภาพที่ 4) การตรวจพบ และรักษาได้เร็ว นั่นก็หมายถึงการฟื้นตัวของระบบประสาทที่เร็วขึ้นด้วย

 
 
รูปภาพที่ 4 ภาพแสดงเนื้องอกในไขสันหลัง
 
อาการปวดหลัง ปวดคอ ที่เกิดจากภาวะเสื่อมของร่างกาย ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดๆ ดังที่กล่าวมาแล้วโดยทั่วไป มักจะใช้การรักษาทางยาร่วมกับการทำกายภาพบำบัด ซึ่งส่วนใหญ่จะมีอาการดีขึ้น อาจจะมีบางรายที่ยังมีอาการปวดอยู่บ้าง แต่ในรายที่มีอาการมาก เช่น ปวดมาก แขน-ขา อ่อนแรง หรือชา, มีปัญหาการขับถ่าย อุจจาระ, ปัสสาวะ บางครั้ง การพิจารณาการรักษาโดยการผ่าตัด อาจจะเป็นเรื่องที่จำเป็น
ชนิดของการผ่าตัดในแต่ละอย่าง จะมีข้อบ่งชี้ชัดเจน เช่น
- กระดูกสันหลังที่มีการเคลื่อนไปกดทับเส้นประสาท การผ่าตัดจะต้องประกอบด้วย   
  การตัดออก หรือเอาสิ่งที่กดทับเส้นประสาทออกไป (หมอนรองกระดูกสันหลัง หรือ
  หินปูน) นอกจากนั้น อาจจะต้องมีการใช้อุปกรณ์ยึดตรึงกระดูกสันหลังไม่ให้เคลื่อน
  ต่อไป (รูปภาพที่ 5)
 

รูปภาพที่ 5 ภาพแสดงการใช้อุปกรณ์ยึดตรึงกระดูกสันหลังไม่ให้เคลื่อน
 
- ภาวะที่มีโพรงกระดูกสันหลัง แคบ-ตีบ หรือรัดเส้นประสาท จำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อ
  ขยายกระดูกสันหลังที่ตีบ ในบางครั้งอาจต้องทำหลายระดับ (เนื่องจากโพรงกระดูก
  ตีบหลายระดับ) ซึ่งการผ่าตัดแบบนี้ อาจจะทำให้โครงสร้างความแข็งแรงของ
  กระดูกสันหลังเสียหายไปบ้าง ในอนาคตอาจจะมีกระดูกสันหลังเคลื่อนตามมาได้
  บางครั้งจำเป็นจะต้องใส่อุปกรณ์ยึดตรึงกระดูกไปเลย
- ภาวะที่มีหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม หรือแตก และมีการกดทับเส้นประสาท การ
  ทำผ่าตัดเพื่อเข้าไปเอาส่วนที่กดทับเส้นประสาทออกก็อาจจะเพียงพอแต่ใน 
  บางครั้ง อาการปวดหลัง อาจเกิดจากปัญหาหลายๆ อย่างรวมกัน การผ่าตัดรักษา
  จำเป็นต้องครอบคลุมปัญหาต่างๆ
 
ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการผ่าตัดรักษา เรื่องปวดหลังอาจมีวิธีการที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ซึ่งแพทย์จำเป็นที่จะต้องวิเคราะห์หาสาเหตุ และรักษาให้เหมาะสม บางครั้งการผ่าตัดแก้ไขอาจจะทำให้ผู้ป่วยดีขึ้น แต่ในอนาคตก็อาจจะเกิดปัญหาขึ้นอีก ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาเดิมที่เกิดขึ้นใหม่ หรือเป็นปัญหาใหม่ซึ่งเป็นผลตามมาจากการผ่าตัดครั้งแรก การผ่าตัดครั้งต่อมาก็จะมีความจำเป็น ดังนั้น ในการผ่าตัดทุกครั้งต้องทำเท่าที่จำเป็น จำกัดขอบเขตความเสียหาย หรือบอบช้ำของเนื้อเยื่อ และโครงสร้างต่างๆ ของกระดูกสันหลัง

         ดังนั้น การผ่าตัดที่เป็นการผ่าตัดผ่านแผลขนาดเล็ก จึงเป็นการผ่าตัดที่มีผลกระทบต่อเนื้อเยื่อ และโครงสร้างของกระดูกสันหลังน้อยที่สุด โอกาสที่จะมีการเคลื่อน หรือเสื่อมของกระดูกสันหลังที่อยู่ใกล้เคียงจะน้อยกว่า นอกจากนั้น ยังทำให้เกิดแผลเป็นน้อยกว่า ซึ่งแผลเป็นเหล่านี้ จะเป็นอุปสรรคของการผ่าตัดครั้งต่อๆ ไป แนวทางการผ่าตัดกระดูกสันหลังแบบนี้ เรียกว่า “Minimally invasive Spine Surgery” (รูปภาพที่ 6) ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก และแพร่หลายในต่างประเทศ

 
                              

รูปภาพที่ 6 ภาพแสดง แนวทางการผ่าตัดกระดูกสันหลัง แบบ “Minimally invasive Spine Surgery”
 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  หรือปรึกษาได้ที่  นพ.ธีรศักดิ์  พื้นงาม 
ศูนย์ระบบประสาทไขสันหลัง (
MINI Spine Center)   เครือโรงพยาบาลพญาไท
โทร.  0-2245-2620  ต่อ  2625-6 หรือ  Call Center  1772 

AddThis

User login

Who's online

There are currently 0 users and 1 guest online.