Cerebral AVM (กลุ่มเส้นเลือดผิดปกติในสมอง)

Cerebral  AVM  หรือ  Arteriovenous  Malformation  เป็นความผิดปกติของเส้นเลือดในเนื้อสมองซึ่งเป็นความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด  เห็นเป็นกลุ่มของเส้นเลือดประกอบไปด้วย  เส้นเลือดแดงต่อเข้ากับกลุ่มของเส้นเลือดผิดปกติ  จากนั้นก็จะไหลออกทางเส้นเลือดดำที่มีขนาดใหญ่  จะอยู่ในตำแหน่งต่างๆของสมอง  ซึ่งบางรายอาจจะอยู่ที่ผิวสมอง  แต่บางรายอาจจะอยู่ลึกลงไปในเนื้อสมองและมีขนาดแตกต่างกันไปทั้งเล็กและใหญ่
 


อาการของโรค โดยทั่วไปผู้ป่วยจะมาพบแพทย์โดยมีอาการดังต่อไปนี้  คือ
1. กลุ่มอาการที่เกิดจากเส้นเลือดแตก  (Hemorrhage)  ได้แก่  ปวดศีรษะ, อาเจียน  ซึ่งเกิดขึ้นทันที  ในบางรายอาจหมดสติถ้าเลือดออกมากจนเป็นก้อนเลือดขนาดใหญ่  (Hematoma)  นอกจากนั้นอาจมีอาการผิดปกติ  เนื่องจากการทำงานที่ผิดปกติไปของสมองบริเวณที่เส้นเลือดแตก  เช่น  อาการอ่อนแรง, ชาของแขน-ขา  พูดไม่ได้  ฯลฯ
2. กลุ่มอาการชัก  (Seizure)  ผู้ป่วยบางรายจะมีอาการกระตุกบางส่วนของร่างกายซีกใดซีกหนึ่ง  เช่น  แขน,  ขา  และหน้า  แต่ในบางรายผู้ป่วยจะมีอาการชักเกร็งทั้งตัว  ผู้ป่วยอาจจะหมดสติหรือไม่หมดสติก็ได้  ในผู้ป่วยที่ไม่เคยมีประวัติชักมาตั้งแต่เด็ก  สาเหตุอาจมาจากความผิดปกติชนิดนี้ได้
การวินิจฉัย
จากการซักประวัติและการตรวจร่างกายอย่างละเอียด  โดยแพทย์จะสามารถให้การวินิจฉัยเบื้องต้นได้  แต่อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องได้รับการตรวจ  โดยเครื่องคอมพิวเตอร์สมอง  (CT-Scan)  หรือการตรวจสมองโดยคลื่นแม่เหล็ก  (MRI)  เพื่อยืนยันว่ามีเลือดออกในสมอง  ในบางรายอาจจะเห็นว่ามีกลุ่มของเส้นเลือดในสมองที่ผิดปกติชนิดนี้อยู่  (รูปภาพที่  1)  หลังจากนั้นการตรวจที่จำเป็นอย่างยิ่งก็คือ  การฉีดสารทึบแสงและ  X-ray  เพื่อดูเฉพาะเส้นเลือดที่สมอง  ซึ่งจะทำให้เห็นรายละเอียดของความผิดปกติ, ขนาด  ซึ่งจากข้อมูลเหล่านี้ทำให้ศัลยแพทย์ทางสมอง  สามารถวางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยได้

                         

รูปภาพที่  1  การตรวจสมองโดยคลื่นแม่เหล็ก  (MRI)  อาจจะเห็นว่ามีกลุ่มของเส้นเลือดในสมองที่ผิดปกติ
 
การรักษา
ในปัจจุบันนี้การรักษา  AVM  ได้มีวิวัฒนาการไปอย่างมาก  แต่ละชนิดของการรักษา  ก็มีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป  โดยสรุปแล้วการรักษาในปัจจุบันนี้แบ่งได้ดังนี้
1.กลุ่มเส้นเลือดที่ผิดปกติขนาดเล็กและอยู่ไม่ลึกนัก
1.1. การผ่าตัด  (Surgery)
ข้อดีของการผ่าตัดก็คือ  สามารถกำจัดเอากลุ่มเส้นเลือดที่ผิดปกตินี้ออกได้เลย  ซึ่งต่างกับการรักษาโดยวิธีอื่น  เช่น  รังสีรักษา  ซึ่งต้องอาศัยเวลาเป็นปี  กว่าที่เส้นเลือดจะค่อยๆฝ่อไป  นอกจากนั้นในรายที่มีเลือดออกมากๆ  การผ่าตัดนับว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วย  ในปัจจุบันนี้การผ่าตัดได้พัฒนาไปมาก  โดยใช้กล้องผ่าตัด  “Microscope”  ร่วมกับอุปกรณ์ช่วยบอกตำแหน่งขณะทำผ่าตัดหรือ  “นาวิเกเตอร์” พยาธิสภาพที่มีขนาดเล็กที่เป็นข้อจำกัดของการผ่าตัดในอดีต  ก็สามารถที่ทำการผ่าตัดได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย
1.2. การใช้รังสีรักษา
“Radiosurgery”  เป็นการใช้รังสีรักษา  โดยใช้  Computer  คำนวณและกำหนดเป้าหมาย  (Target)  ซึ่งก็คือกลุ่มเส้นเลือดที่ผิดปกติ  และให้จำนวนรังสี  (Dose)  ที่เหมาะสมเพื่อทำให้กลุ่มเส้นเลือดที่ผิดปกติค่อยๆฝ่อไป  แต่มีข้อจำกัดไม่สามารถทำได้ใน  AVM  ที่มีขนาดใหญ่เกิน  3  ซม. ขึ้นไป นอกจากนี้ยังใช้เวลาประมาณ  1 1/2 - 2  ปี  ก่อนที่พยาธิสภาพจะหายไป  ในระหว่างช่วงปีแรกผู้ป่วยก็ยังมีความเสี่ยงของเส้นเลือดที่อาจแตกได้
1.3. Embolization
การใช้สารชนิดหนึ่งฉีดผ่านสายสวนเส้นเลือดแดงที่ต้นขา  สายสวนนี้มีขนาดเล็กมากจะถูกผ่านไปตามเส้นเลือดแดงจนถึงเส้นเลือดในสมองส่วนที่ผิดปกติ  (รูปภาพที่  2)  สารที่ถูกฉีดเข้าไปนี้จะอุดตันกลุ่มของเส้นเลือดที่ผิดปกติ  การรักษาแบบนี้จำเป็นต้องรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญรังสีร่วมรักษา  และเหมาะสำหรับความผิดปกติขนาดเล็กๆ  เช่นกัน  บางครั้งเรียกว่า  การฉีดกาว  (Glue  Embolization)

                                    

                                               รูปภาพที่  2  การฉีดกาว  (Glue  Embolization)

โดยสรุป  การรักษาความผิดปกติของกลุ่มเส้นเลือดขนาดเล็กๆ  จะมีทางเลือกหลายวิธี  ซึ่งจำเป็นต้องปรึกษากันระหว่างแพทย์,  ผู้ป่วย  และญาติ  โดยคำนึงถึงผลดีและผลเสียต่างๆ

         2.กลุ่มเส้นเลือดที่ผิดปกติขนาดใหญ่  (รูปภาพที่  3) 
จำเป็นต้องใช้การรักษาหลายๆวิธีร่วมกันเช่น  อาจจะใช้การฉีดสาร  (Glue)  เข้าไปก่อนเพื่อหวังผลให้ลดขนาดของความผิดปกตินั้นลง  หลังจากนั้นอาจจะพิจารณาการรักษาวิธีอื่นร่วมด้วย  เช่น  การผ่าตัด  หรือการใช้รังสีรักษา  ในผู้ป่วยบางรายอาจจะต้องใช้การรักษาทุกอย่างร่วมกัน

                                      

โดยสรุปแล้ว  ในปัจจุบันการรักษากลุ่มเส้นเลือดที่ผิดปกตินี้ได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง  อย่างไรก็ตามผู้ป่วยที่มีอาการกลุ่มเส้นเลือดที่ผิดปกติ  จำเป็นที่จะต้องได้รับการรักษาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  ซึ่งประกอบด้วยศัลยแพทย์ทางสมอง,  แพทย์ผู้เชี่ยวชาญรังสีร่วมรักษา,  แพทย์ทางรังสีรักษา  ซึ่งจะช่วยทำให้การรักษาผู้ป่วยได้ผลสำเร็จอย่างสูงและมีอาการแทรกซ้อนน้อยที่สุด

 

AddThis

User login

Who's online

There are currently 0 users and 1 guest online.