เนื้องอกในสมอง (Brain tumor)

ในปัจจุบันการตรวจโดยใช้เครื่อง  CT  Scan,  MRI  (รูปภาพที่ 1) จะทำให้เห็นความผิดปกติ  หรือก้อนที่มีขนาดเล็กในสมองได้ ความผิดปกติเหล่านั้น  อาจจะเป็นเนื้องอก,  ก้อนเลือด,  ฝีหนองที่เกิดจากการติดเชื้อโรค,  ซีสต์ต่างๆ  หรือความผิดปกติของเส้นเลือด

รูปภาพที่ 1 ภาพแสดงเครื่อง “CT Scan”  และ  “MRI” 
 


การรักษา เมื่อพบความผิดปกติเหล่านี้  มักจำเป็นที่จะต้องผ่าตัด  เนื่องจากชิ้นเนื้อต่างๆ  ที่ได้จากการผ่าตัด  จะถูกส่งไปตรวจเพื่อการวินิจฉัยโรคที่แท้จริงของผู้ป่วย  หลายๆครั้งที่การวินิจฉัยจากการแปลผลจากการตรวจ  CT  Brain  หรือ  MRI  แตกต่างจากผลที่ได้จากการตรวจชิ้นเนื้อ  ทำให้การรักษาแตกต่างกัน  หรือผิดไปได้  ดังนั้นการผ่าตัดเพื่อให้ทราบผลชิ้นเนื้อ  จึงมีความจำเป็นอย่างมาก
ในกรณีการผ่าตัดรักษาเนื้องอก  (รูปภาพที่ 2) รายละเอียดจากการตรวจชิ้นเนื้อยังสามารถบอกระดับความรุนแรงของเนื้องอกด้วย  ซึ่งจะเป็นแนวทางการวางแผนการรักษาอื่นๆ  ที่จะตามมา  เช่น  การฉายแสง,  การให้ยาเคมีบำบัด  ในกรณีที่มีเซลล์เนื้องอกชนิดร้ายแรง

 
รูปภาพที่ 2 เนื้องอกในสมอง 
 
คำถามที่พบบ่อยๆ  ในกรณีตรวจพบว่ามีเนื้องอกในสมอง
1. ก้อนนี้เป็นเนื้องอกที่เป็นมะเร็งหรือไม่  ?
- การอ่านผลจาก  Film  จะไม่ถูกต้อง  100%  การที่จะรู้ว่าเป็นมะเร็งหรือไม่  จะทราบได้จากการผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อไปตรวจเท่านั้น  บางครั้งโรคบางอย่าง  เช่น  ฝีในสมอง,  ซีสต์  หรือก้อนเลือด  ซึ่งอาจจะมองเห็นเหมือนกับเนื้องอกสมองได้  การผ่าตัดจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่จะทำให้ได้ชิ้นเนื้อ  หรือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
- ถ้าผู้ป่วยมีประวัติเป็นมะเร็งอยู่ในอวัยวะส่วนอื่นของร่างกาย  ก็มีความเป็นไปได้ว่า  ก้อนที่สมองอาจจะเป็นมะเร็งที่กระจายมา (รูปภาพที่ 3)

รูปภาพที่ 3 ภาพเอ็กซเรย์จากเครื่อง CT Scan หรือ MRI ในผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งและลุกลามมาที่สมอง
 
2. ก้อนนี้จะเป็นอันตรายหรือไม่,  จะโตเร็วหรือไม่,  ทิ้งไว้นานๆจะมีอันตรายหรือไม่  ?
 

  • การอ่านผลจาก  Film ไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่าเป็นโรคอะไร  โรคแต่ละอย่างจะมีพัฒนาการแตกต่างกัน  เช่น  โรคมะเร็งสมองจะลุกลามเร็วกว่าเนื้องอกธรรมดา
  • โรคฝีหรือหนองในสมอง  (รูปภาพที่ 4) สามารถรักษาให้หายได้  แต่ถ้าได้รับยาไม่ถูกต้อง  จะลุกลามอย่างรวดเร็ว  ดังนั้น  การผ่าตัดเพื่อได้ชิ้นเนื้อมาวินิจฉัย  จะทำให้ผลการรักษาดีที่สุด


รูปภาพที่ 4 ฝีหรือหนองในสมอง 

3. การผ่าตัดรักษาก้อนในสมองอันตรายหรือไม่  ?
            - การผ่าตัดมีปัจจัยหลัก  3  อย่างที่เป็นความเสี่ยง
          1. ปัจจัยเรื่องสุขภาพผู้ป่วย
            - ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรคต่อการผ่าตัด  ได้แก่  โรคหัวใจ,  โรคปอด,  ความผิดปกติของการแข็งตัวของเลือด
              และอายุ
          2. ก้อนในสมอง
           - ก้อนที่อยู่ในตำแหน่งสำคัญของสมอง  เช่น  แกนสมอง,  สมองส่วนลึกๆ,  ก้อนที่อยู่ติดกับเส้นเลือดใหญ่  
             หรือเส้นประสาทสมอง  จะมีความยากในการผ่าตัด (รูปภาพที่ 5)


รูปภาพที่ 5 ภาพMRIแสดงความผิดปกติในสมองบริเวณแกนสมอง

                   3. ทีมแพทย์ผู้รักษา
                   - ความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์  และอุปกรณ์ที่ครบครัน  เป็นสิ่งจำเป็นในการผ่าตัดรักษา

4. โรคเนื้องอกในสมอง  ผ่าตัดแล้วหายหรือไม่  ?
ถ้าสามารถผ่าตัดเอาก้อนเนื้องอกออกได้หมด  และผลจากการตรวจชิ้นเนื้อไม่พบว่าเป็นเซลล์ชนิดร้าย  (Malignant)  ก็มีโอกาสหายขาดได้  แต่ถ้าเป็นเซลล์ชนิดร้าย  ถึงแม้ว่าผ่าตัดออกได้หมด  ก็อาจจะเกิดขึ้นอีก  ดังนั้น  จำเป็นต้องมีการรักษาอื่นๆเสริม  เช่น  การฉายแสง  หรือการรักษาทางเคมีบำบัด  เนื้องอกชนิดไม่ร้าย  ถ้าผ่าตัดออกได้หมด  ก็อาจหายขาดได้
เนื้องอก  ถ้าผ่าตัดออกไม่หมด  มักจะโตขึ้นอีก  แต่อัตราการโตของเนื้องอก  ขึ้นอยู่กับชนิดของเนื้องอกนั้นๆ

5. เป็นเนื้องอกแล้วไม่ผ่าตัด  จะใช้วิธีรักษาโดยเครื่อง  Gamma knife  ได้หรือไม่  ?
การรักษาโดยใช้  Gamma  knife เป็นการฉายแสงชนิดหนึ่งเข้าไปเพื่อทำลาย  หรือยับยั้งการเติบโตของเนื้องอก
การรักษาโดยใช้  Gamma  knife  โดยที่ไม่ผ่าตัด  เพื่อให้ทราบผลชิ้นเนื้อ  จะไม่ทราบการวินิจฉัยที่แท้จริง  อาจจะไม่ได้ผล เพราะว่า

              1. ความผิดปกติที่เห็นอาจจะไม่ใช่เนื้องอกก็ได้  เช่น  อาจจะเป็นฝีหนอง  ที่จำเป็นต้องใช้ยารักษา  ไม่ใช่การฉายแสง
              2. เซลล์ของเนื้องอกแต่ละชนิด  จะตอบสนองต่อการฉายแสงไม่เท่ากัน  การรู้ชนิดของเนื้องอกก่อน  จะทำให้การวางแผนการ
                  ฉายแสงได้เหมาะสม  การพยากรณ์โรคและการตอบสนองได้แม่นยำขึ้น
             3. เนื้องอกขนาดใหญ่  โดยเฉพาะใหญ่กว่า  3  cm.  จะไม่เหมาะต่อการฉายแสง  Gamma  knife
             4. ถ้าผู้ป่วยมีปัญหาจากการที่ก้อนไปกดทับส่วนต่างๆ  ของสมอง  Gamma  knife จะไม่สามารถทำให้ก้อนสลายไปเลย
                โดยทั่วไป  จะเห็นผลของ  Gamma  knife เมื่อ  1 ½- 2  ปี  ไปแล้ว  และบางครั้ง ก้อนก็ยังคงกดทับอยู่ในสมอง  
                 เพียงแต่ไม่โตขึ้น  ดังนั้นผู้ป่วยจะยังมีอาการอยู่หลังการทำ  Gamma  knife แต่การผ่าตัดสามารถตัดเอาก้อนเนื้อออก
                ไปได้เลย      จะทำให้อาการต่างๆ  บรรเทาไปได้อย่างรวดเร็ว
 

AddThis

User login

Who's online

There are currently 0 users and 1 guest online.