ภาวะน้ำคั่งในสมอง (Hydrocephalus)
สมองของคนเรา มีองค์ประกอบหลักอยู่ 3 ส่วน คือ เนื้อสมอง, เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดของสมอง และน้ำ (CSF) ที่อยู่ในส่วนลึกของสมองที่เรียกว่า “โพรงน้ำในสมอง” (Ventricles) ซึ่งจะมีเซลล์คอยสร้างน้ำออกมา ที่เรียกว่า “Cerebro Spinal Fluid” (CSF) จะไหลไปตามทางเดินของมัน เพื่อไปที่ไขสันหลังส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งจะไปตามผิวของสมองและถูกดูดซึมกลับไป ปริมาณน้ำที่ไหลเวียนในสมองจะคงที่เนื่องจากความสมดุลของการสร้างและดูดซึมกลับของน้ำ
น้ำในสมอง (CSF) มีประโยชน์อย่างไร
- ช่วยป้องกันและซึมซับแรงกระแทก ที่จะมากระทบต่อเนื้อสมอง
- ช่วยพยุงน้ำหนักของสมอง โดยลดแรงกดที่ฐานสมอง (ซึ่งปกติสมองจะมีน้ำหนักประมาณ 1,400 กรัม ให้
เหลือประมาณ 50 กรัม)
- เป็นทางลำเลียงของเสียออกจากสมอง
- เป็นทางลำเลียงของฮอร์โมน ที่ผลิตออกมาไปยังส่วนต่างๆของร่างกาย
ในวันหนึ่งๆ ร่างกายจะสร้างน้ำ CSF อยู่ตลอดทุกๆ วินาที โดยเฉลี่ย 0.36 ซีซีต่อนาที หรือประมาณ 420-500 ซีซีต่อวัน เมื่อสร้างออกมาแล้ว น้ำ CSF จะไหลไปตามทางเดินของมัน เช่น ไปที่ไขสันหลัง และไปที่ผิวของสมอง จากนั้นจะมีการดูดกลับไปโดยเซลล์ที่อยู่บริเวณรอบๆ เส้นเลือดดำใหญ่ที่อยู่กลางผิวสมอง โดยสมองจะรักษาระดับปริมาณของน้ำ CSF ให้คงที่ คือ ประมาณ 125-150 ซีซี ไว้
ภาวะของน้ำคั่งในสมองเกิดจากสาเหตุหลักๆ 3 ประการ
- น้ำในสมองถูกสร้างมากกว่าปกติ เช่น ในภาวะของเนื้องอกบางอย่างที่อยู่ในโพรงน้ำในสมอง
- ทางเดินของน้ำตีบหรือตันไป เนื่องจากมีก้อนเนื้องอก, ก้อนเลือด หรือพยาธิบางอย่าง ฯลฯ มากดทับหรืออุดตันทางเดินของน้ำ ทำให้น้ำไหลเวียนออกไปไม่ได้
- การดูดซึมกลับของน้ำเสียไป จากภาวะที่เกิดตามมาจากเลือดออกในสมองหรือการอักเสบหรือติดเชื้อในสมอง
ปัญหาของน้ำคั่งในสมอง
น้ำที่คั่งในสมอง จะทำให้เกิดภาวะความดันในสมองสูงขึ้น
- กรณีเกิดการคั่งของน้ำในสมองอย่างเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีอาการหมดสติอย่างรวดเร็ว จนถึงภาวะโคม่า และหยุดหายใจจากความดันในสมองที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
- กรณีเกิดการคั่งของน้ำในสมองทีละเล็กละน้อย ผู้ป่วยจะมีอาการปวดศีรษะ, ตาพร่ามัว, เห็นภาพซ้อน, เดินลำบาก จนกระทั่งต่อมาจะเดินไม่ได้ เนื่องจากขาแข็งเกร็ง, กลั้นปัสสาวะไม่ได้ ถ้าหากไม่ได้รับการรักษา ผู้ป่วยจะหมดสติในที่สุด
อย่างไรก็ตาม อาการสำคัญของภาวะน้ำคั่งในสมองของผู้ป่วยสูงอายุ มักจะไม่มีอาการ เนื่องจากความดันในสมองสูง แต่จะมีอาการอื่นๆ ได้แก่ ความจำเสื่อม ปัสสาวะราด เดินลำบากจนเดินไม่ได้ในที่สุด (ดูเอกสารเรื่อง อาการสมองเสื่อมในผู้สูงอายุจากภาวะน้ำคั่งในสมอง)
การวินิจฉัย
- แพทย์ทางระบบประสาท จะซักถามประวัติความเป็นมาของอาการและตรวจร่างกาย จากนั้นการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมองจะช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยได้ (รูปภาพที่ 1)

รูปภาพที่ 1 ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ของภาวะน้ำคั่งในสมอง
- ภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ของภาวะน้ำคั่งในสมองของคนทั่วๆไปการวินิจฉัยไม่ยาก แต่ในผู้สูงอายุในบางครั้งยากที่จะบอกได้ชัดเจน บางครั้งต้องมีการติดตามอาการและมีการเอกซเรย์ซ้ำเพื่อเปรียบเทียบดูการเปลี่ยนแปลง
การรักษา
- กรณีเกิดภาวะน้ำคั่งในสมอง เนื่องจากมีเนื้องอก ต้องทำการผ่าตัดเอาเนื้องอกนั้นออกก่อน
- กรณีเกิดภาวะน้ำคั่งในสมอง จากการอุดตันของช่องทางเดินน้ำ CSF ควรจะต้องแก้ไขที่สาเหตุ เช่น การผ่าตัดเพื่อเอาเนื้องอก, ก้อนเลือด หรืออื่นๆ ที่เป็นสาเหตุของการอุดตันนั้นก่อน แต่บางครั้งการแก้ไขที่สาเหตุแล้ว ยังมีการอุดตันอยู่ คงต้องแก้ไขโดยการผ่าตัดใส่ท่อระบายน้ำ (Shunt)
- กรณีเกิดน้ำคั่งในสมอง จากภาวการณ์ดูดกลับของน้ำ CSF เสียไป ต้องแก้ไขโดยการผ่าตัดใส่ท่อระบายน้ำ (Shunt)
การผ่าตัดใส่ท่อระบายน้ำคั่งในสมอง เป็นวิธีการหนึ่งที่ทำได้ไม่ยาก หลักการก็คือ การต่อท่อระบายขนาดเล็กโดยปลายข้างหนึ่งจะสอดเข้าไปในโพรงน้ำในสมอง เพื่อให้ระบายออกมาตามท่อ ซึ่งท่อนี้จะถูกฝังอยู่ใต้ผิวหนัง (รูปภาพที่ 2) เพื่อนำน้ำที่คั่งนี้ออกไปปล่อยลงเส้นเลือดดำที่คอ แล้วเข้าไปตามระบบไหลเวียนของเลือดในร่างกาย หรืออีกวิธีหนึ่งอาจจะปล่อยลงไปในช่องท้อง ซึ่งน้ำนี้จะถูกดูดกลับไปเองในช่องท้อง ท่อระบายน้ำนี้เป็นท่อเล็กๆ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 มิลลิเมตร เป็นท่อนิ่มๆมีหลายรูปแบบ แต่ละแบบแต่ละอันมีการระบายให้น้ำออกได้มากน้อยต่างกัน ซึ่งแพทย์ผู้ผ่าตัดจะเป็นผู้เลือกแบบที่เหมาะสม (รูปภาพที่ 3)

รูปภาพที่ 2 ภาพชุดอุปกรณ์ระบายน้ำ (Shunt)

รูปภาพที่ 3 ภาพแสดงสายระบายน้ำสายเล็กๆ ที่ระบายไปยังช่องท้องหรือบริเวณเส้นเลือดดำที่คอ
ในปัจจุบันนี้มีความก้าวหน้าในการประดิษฐ์ท่อที่ระบายน้ำอย่างมากมาย ในบางรูปแบบสามารถปรับโดยกลไกของตัวมันเองว่าจะให้ไหลเร็ว หรือช้าตามความดันของน้ำที่คั่งในสมอง หรือในบางรูปแบบหลังจากการผ่าตัดติดตั้งท่อระบายน้ำไปแล้ว เรายังสามารถปรับระดับการไหลช้าหรือเร็ว โดยอาศัยเครื่องมือบังคับจากภายนอก โดยที่ไม่จำเป็นต้องไปผ่าตัดปรับเปลี่ยนใหม่อีก (รูปภาพที่ 4)

รูปภาพที่ 4 ภาพแสดงชุดเครื่องมือควบคุมปรับเปลี่ยนการระบายน้ำให้มากขึ้นหรือน้อยลงได้
การผ่าตัดใส่ท่อระบายน้ำนี้ ในบางรายอาจจะมีการติดเชื้อหลังผ่าตัดได้ ซึ่งมีโอกาสประมาณ 7-10% หรือในบางรายอาจจะมีเลือดคั่งในสมองตามมา ซึ่งเกิดจากการที่มีการระบายน้ำออกจากสมองมากเกินไป การใส่ท่อระบายน้ำมักจะใส่ถาวร ถ้าไม่มีความจำเป็นก็ไม่ต้องผ่าตัดเอาออก แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักจะมีความจำเป็นที่จะต้องระบายน้ำที่คั่งไปตลอดอยู่แล้ว
เนื่องจากท่อนี้เป็นท่อขนาดเล็ก โอกาสที่จะเกิดการตันก็เป็นไปได้ในภายหลัง การผ่าตัดโดยใช้กล้องผ่าตัดขนาดเล็กที่เรียกว่า “Endoscope” เข้าไปเจาะเพื่อระบายน้ำที่คั่งออกไปยังบริเวณฐานสมอง ก็เป็นแนวทางการรักษาแบบใหม่ ที่จะหลีกเลี่ยงการผ่าตัดใส่ท่อระบายน้ำ หรือกรณีมีปัญหาจากการใส่ท่อระบายน้ำ แต่การผ่าตัดในวิธีนี้ สามารถทำได้ในบางกรณีเท่านั้นคือ กรณีที่มีอะไรไปทำให้ทางเดินของน้ำตีบตัน แต่จะใช้ไม่ได้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีระบบการดูดซึมของน้ำสูญเสียไป หลังจากมีเลือดออกหรือการอักเสบ การติดเชื้อ
การผ่าตัดรักษาวิธีนี้กำลังแพร่หลายในต่างประเทศ ทำให้ผู้ป่วยหลายรายไม่จำเป็นต้องผ่าตัดใส่ท่อระบายน้ำไปตลอด
ผลของการรักษา
ภาวะน้ำคั่งในสมอง หากไม่ได้ถูกปล่อยทิ้งไว้นานเกินไป การแก้ปัญหามักจะได้ผลดี ผู้ป่วยมักจะมีอาการดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ขึ้นอยู่กับสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะน้ำคั่งในสมองด้วย