การผ่าตัดใส่หมอนรองกระดูกสันหลังเทียมที่ระดับคอ (Artificial disc)
กระดูกสันหลังเป็นโครงสร้างของร่างกาย ซึ่งอยู่แนวกึ่งกลางลำตัวตั้งแต่ช่วงต้นคอถึงบริเวณก้นกบ การผ่าตัดกระดูกสันหลังจึงสามารถผ่าตัดเข้าได้หลายทาง เช่น การผ่าตัดเข้าทางด้านหน้า, ด้านหลังหรือด้านข้าง ซึ่งขึ้นอยู่กับโรค หรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นว่าอยู่ด้านใดของกระดูกสันหลัง

การผ่าตัดกระดูกสันหลัง ไม่ว่าจะเข้ามาจากด้านใดก็ตาม จะเห็นส่วนของกระดูกสันหลังเพียงบางส่วนเท่านั้น เช่น ถ้าเข้ามาจากด้านหน้า ก็จะเห็นเฉพาะด้านหน้า หรือถ้าเข้ามาจากด้านหลัง ก็จะเห็นเฉพาะด้านหลังเท่านั้น
ส่วนอื่นๆของกระดูกสันหลังที่ไม่สามารถมองเห็น แต่เกี่ยวข้องกับการผ่าตัด ก็จะใช้เครื่อง X-ray สำหรับที่ใช้ในห้องผ่าตัด ถ่าย X-ray ดูเป็นระยะๆ ซึ่งภาพที่ได้จากการ X-ray นี้เป็นภาพ 2 มิติและเป็นภาพขาว-ดำ รายละเอียดต่างๆจึงมีข้อจำกัด
การผ่าตัดรักษาโรคของกระดูกสันหลังและไขสันหลัง มีเรื่องหลักๆ 2 เรื่อง ที่ต้องคำนึง คือ
- วิธีการที่จะผ่าตัดเอาส่วนที่กดทับเส้นประสาทของไขสันหลังออกไป เพื่อให้เส้นประสาทไขสันหลังฟื้นตัว และกลับมาทำงานได้ดังเดิม การผ่าตัดในส่วนนี้ ถ้าเป็นการผ่าตัดผ่านกล้อง (Microsurgery หรือ Endoscopic Surgery) จะได้ผลดีและปลอดภัยมากกว่าการผ่าตัดโดยตาเปล่า เนื่องจากการผ่าตัดที่ใช้กล้องกำลังขยายสูง จะทำให้เห็นรายละเอียดต่างๆได้อย่างชัดเจน
- เนื่องจากโครงสร้างของกระดูกสันหลังเสียหายไปจากโรคต่างๆที่เกิดขึ้น รวมทั้งความเสียหายของโครงสร้างที่เกิดขึ้นขณะผ่าตัด ทำให้บางครั้งจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์โลหะต่างๆมาเสริม เช่น การใส่สกรู (Screw) หรือ
แท่งเหล็ก (Rod) เข้ามาเสริม ซึ่งในปัจจุบันนี้ เรามีอุปกรณ์ที่เรียกว่า นาวิเกเตอร์ (Spine navigator) ซึ่งจะช่วยวางแผนก่อนการผ่าตัด ตลอดจนบอกพิกัดต่างๆ ในขณะทำผ่าตัดได้อย่างแม่นยำ
ในปัจจุบันนี้ การผ่าตัดกระดูกสันหลังได้ผลดียิ่งขึ้น เพราะมีเครื่องมือที่เรียกว่า “Spine Navigator” ซึ่งใช้หลักการของ GPS (Global Positioning System) เครื่องมือนี้จะเก็บข้อมูลที่ได้จากการตรวจ X-ray คอมพิวเตอร์ แล้วนำข้อมูลนั้นมาสร้างเป็นภาพกระดูกสันหลังซึ่งเป็นภาพ 3 มิติ และบอกตำแหน่งต่างๆของกระดูกสันหลังที่ศัลยแพทย์ไม่สามารถมองเห็นได้ ซึ่งสะดวกต่อการเข้าใจและการวางแผนในการทำผ่าตัด
ดังนั้น การผ่าตัดเพื่อใช้อุปกรณ์ยึดตรึงกระดูก เช่น แผ่นโลหะต่างๆ หรือสกรูที่จะใส่เข้าไป ศัลยแพทย์สามารถใช้Spine navigatorช่วยคำนวณมุมและ ความยาวของสกรู ที่จะฝังเข้าไปในส่วนต่างๆของกระดูกสันหลัง เพื่อกำหนดแนวหรือทิศทางที่เหมาะสมได้ ช่วยให้การผ่าตัดกระดูกสันหลังในปัจจุบัน มีความสะดวกและแม่นยำ ทำให้การผ่าตัดได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ และมีข้อแทรกซ้อนน้อยกว่า อีกทั้งยังช่วยให้ผู้ป่วยและทีมแพทย์ลดโอกาสที่จะถูกรังสี Xจากการ X-ray ซึ่งต้องทำ อยู่เป็นระยะๆ ในขณะที่ทำการผ่าตัด
ศูนย์ศัลยกรรมระบบประสาทไขสันหลัง (Mini Spine) ของโรงพยาบาลพญาไท มีทีมศัลยแพทย์ประสาท (Neurosurgeon) ที่มีความชำนาญในการผ่าตัดผ่านกล้อง (Microsurgery, Endoscopic Surgery) สามารถให้บริการการรักษาโรคต่างๆของระบบประสาทไขสันหลัง และการผ่าตัดใส่หมอนรองกระดูกสันหลังเทียมที่ระดับคอ (Artificial disc)
อาการปวดคอร้าวไปที่สะบัก, แขนหรือมือ ในประชากรทั่วไป มีจำนวนไม่น้อยที่มีสาเหตุจากภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท ซึ่งพบบ่อยในบริเวณกระดูกสันหลังช่วงคอ หรืออาจจะเป็นจากการยื่นของกระดูกงอก (แคลเซียมหรือหินปูน) เข้าไปกดทับบริเวณเส้นประสาทก็ได้ การตรวจ MRI(คลื่นสนามแม่เหล็กไฟฟ้า) จะสามารถมองเห็นตำแหน่ง และความรุนแรงของการกดทับเส้นประสาทได้
การรักษาที่เป็นมาตรฐาน
การผ่าตัดบริเวณด้านหน้าของลำคอ เพื่อเข้าไปทำผ่าตัดที่ตำแหน่งกระดูกคอ ที่เกิดการกดทับของเส้นประสาท โดยใช้กล้องผ่าตัดที่มีกำลังขยายสูง (Microscope) มาร่วมในการทำผ่าตัด ทำให้การมองเห็นมีความชัดเจนมาก ศัลยแพทย์สามารถผ่าตัด
เอาหมอนรองกระดูกออกได้ทั้งหมด (รวมทั้งส่วนที่กดทับเส้นประสาทด้วย)
จากนั้น ช่องว่างระหว่างกระดูกที่เกิดจากการเอาหมอนรองกระดูกออกไป จะต้องหากระดูกอื่นๆมาทดแทน ซึ่งอาจจะได้มาจากชิ้นส่วนจากกระดูกสะโพกของผู้ป่วยเอง (ทำให้มีแผลผ่าตัดเพิ่มอีกหนึ่งแผล) หรือใช้วัสดุทดแทน ที่เรียกว่า “กระดูกเทียม” (Artificial bone graft) มาใส่แทน (ซึ่งมีราคาแพงพอสมควร) ในบางกรณีอาจจะใช้ชิ้นส่วนกระดูกจากคนอื่น ซึ่งผ่านกรรมวิธีในการเก็บรักษาเนื้อเยื่อกระดูกนี้มาใส่แทนก็ได้ (แต่ผู้ป่วยบางรายมักจะปฏิเสธ เนื่องจากเกรงโรคบางอย่างซึ่งอาจจะถ่ายทอดมาได้)
จากนั้น 2-3 เดือนต่อมา จะเกิดการเชื่อมของกระดูกทั้ง 2 ระดับ (ดังรูปภาพที่ 1) ผ่านบริเวณที่เราเอากระดูก หรือกระดูกเทียมใส่เข้าไปทดแทน ผลลัพธ์ อาการปวดคอจากการกดทับของเส้นประสาทจะหายไป แต่เนื่องจากเกิดการเชื่อมของกระดูกทั้ง 2 ระดับ จึงทำให้การเคลื่อนไหวของคอไปในทิศทางต่างๆได้น้อยลง (ลักษณะคอแข็ง) ยิ่งทำผ่าตัดหลายระดับ ก็จะเกิดภาวะนี้มากขึ้น
นอกจากนั้น พบว่าภายใน 10 ปีหลังการผ่าตัด 25% ของผู้ป่วย จะมีปัญหาความเสื่อมของกระดูกคอระดับถัดไป ทั้งบนและล่างของระดับที่เคยทำผ่าตัด (ดังรูปภาพที่ 2) ซึ่งอาจเป็นปัญหาทำให้ต้องผ่าตัดแก้ไขอีก

รูปภาพที่ 1 การผ่าตัดแบบมาตรฐาน
การผ่าตัดเชื่อมกระดูกโดยการใส่แผ่นเหล็กและสกรู (Screw) ที่ตำแหน่งกระดูกคอ

รูปภาพที่ 2 การเสื่อมของกระดูกคอระดับถัดไป ทั้งบนและล่างของระดับที่เคยทำผ่าตัด
ข้อดี คือ เป็นกระดูกของผู้ป่วยเอง โอกาสที่กระดูกเสริมจะเชื่อมติดกับกระดูกอื่นๆเป็นไปได้มากกว่าแบบอื่นๆ นอกจากนั้นยังปราศจากความกังวลเรื่องโรคติดต่ออื่นๆ ที่จะถ่ายทอดมา และราคาไม่แพงมาก
ข้อเสีย- ผู้ป่วยต้องมีแผลผ่าตัดเพิ่มขึ้นอีก 1 แผล เนื่องจากต้องผ่าตัดเอากระดูกมาเสริม ถ้าเป็นปริมาณมากก็จะต้องคำนึงถึงโครงสร้างของกระดูกที่เอามาว่า จะมีผลกระทบหรือไม่ นอกจากนั้นผู้ป่วยมักจะมีอาการปวดแผลจากการที่ผ่าตัดเอากระดูกเพื่อจะเอาไปเสริม
- การเคลื่อนไหวของคอไปในทิศทางต่างๆได้น้อยลง (ลักษณะคอแข็ง)
- มีปัญหาเรื่องของความเสื่อมของกระดูกคอระดับถัดไป ทั้งบนและล่างของระดับที่เคยทำผ่าตัด ซึ่งอาจเป็นปัญหาทำให้ต้องผ่าตัดแก้ไขอีก
- ไม่เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอายุน้อย เนื่องจากต้องมีการเคลื่อนไหวมาก
ทางเลือกของการรักษาแบบใหม่
การใส่หมอนรองกระดูกเทียม (ดังรูปภาพที่ 3 และ 4) เข้าไปในช่องว่างระหว่างกระดูกที่เกิดจากการผ่าตัดเอาหมอนรองกระดูกออกไป หมอนรองกระดูกเทียมนี้ จะยังคงรักษาความสามารถในการเคลื่อนไหวให้ใกล้เคียงกับภาวะปกติ (ดังรูปภาพ
ที่ 5) คอไม่แข็งดูเป็นธรรมชาติคล้ายเดิม ซึ่งความคาดหวังว่า จะไม่ทำให้กระดูกคอในระดับถัดไปเสื่อม เช่น การผ่าตัดแบบมาตรฐาน ซึ่งการผ่าตัดแบบนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 60 ปี หรือผู้ที่อยู่ในวัยทำงาน การผ่าตัดโดยใช้หมอนรองกระดูกเทียมนี้ ผลเสียในอนาคตยังไม่ทราบแน่นอน ซึ่งคงต้องรอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์

รูปภาพที่ 3 ทางเลือกของการรักษาแบบใหม่โดยการผ่าตัดใส่หมอนรองกระดูกเทียมซึ่งจะยังคงรักษาความสามารถในการเคลื่อนไหวในมุมต่าง ได้ใกล้เคียงกับภาวะปกติ
คอไม่แข็งดูเป็นธรรมชาติคล้ายเดิม
รูปภาพที่ 4 ภาพเอ็กซเรย์ หลังการผ่าตัดใส่หมอนรองกระดูกเทียม

รูปภาพที่ 5 (ซ้าย) ภาพเอ็กซเรย์ หลังการผ่าตัดใส่หมอนรองกระดูกเทียมในท่าก้มหน้า
(ขวา) ภาพเอ็กซเรย์ หลังการผ่าตัดใส่หมอนรองกระดูกเทียมในท่าเงยหน้า
ข้อดี - การเคลื่อนไหวของคอใกล้เคียงกับภาวะปกติ
- คาดหวังว่า จะไม่มีปัญหาเรื่องของความเสื่อมของกระดูกคอระดับถัดไป
ทั้งบนและล่างของระดับที่เคยทำผ่าตัด
- เหมาะกับผู้ป่วยที่มีอายุน้อย
ข้อเสีย คือ อุปกรณ์ชนิดนี้มีราคาแพง และยังต้องนำเข้าจากต่างประเทศ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ปรึกษาได้ที่ นพ.ธีรศักดิ์ พื้นงาม ศูนย์ศัลยกรรมสมอง โรงพยาบาลพญาไท 1
โทร. 0-2245-2620 ต่อ 2625-6 หรือ Call Center 1772