MRI
เนื้องอกในสมอง (Brain tumor)
ในปัจจุบันการตรวจโดยใช้เครื่อง CT Scan, MRI (รูปภาพที่ 1) จะทำให้เห็นความผิดปกติ หรือก้อนที่มีขนาดเล็กในสมองได้ ความผิดปกติเหล่านั้น อาจจะเป็นเนื้องอก, ก้อนเลือด, ฝีหนองที่เกิดจากการติดเชื้อโรค, ซีสต์ต่างๆ หรือความผิดปกติของเส้นเลือด

รูปภาพที่ 1 ภาพแสดงเครื่อง “CT Scan” และ “MRI”
Minimally invasive neurosurgery
สมอง เป็นอวัยวะหนึ่งที่สำคัญของร่างกาย การควบคุมการเคลื่อนไหวต่างๆ, การรับรู้ความรู้สึกของร่างกาย ก็มีศูนย์กลางอยู่ที่สมอง ความทรงจำ, ความคิดต่างๆที่ซับซ้อน, การพูด หรือความเข้าใจในภาษา ล้วนแต่ควบคุมมาจากสมองทั้งสิ้น เมื่อมีความผิดปกติในสมองเกิดขึ้น ก็จะทำให้เกิดอาการทางสมองออกมา ได้แก่ เป็นอัมพาต หรือชาครึ่งซีก, มีความผิดปกติของการพูด, การใช้ภาษา, ความทรงจำ หรือการมองเห็น อาการเหล่านี้จะเป็นมากขึ้นเมื่อความผิดปกติลุกลามไป จนกระทั่งหมดสติและเสียชีวิตไปในที่สุด เนื่องจากสมองถูกห่อหุ้มด้วยกะโหลกศีรษะ จึงไม่สามารถมองเห็นหรือคลำพบได้ แต่ด้วยความก้าวหน้าในปัจจุบันนี้ ความผิดปกติในสมองแม้ว่าจะมีขนาดเล็กๆ ก็สามารถตรวจพบได้ โดยเครื่องมือที่เรียกว่า “CT Scan” หรือ “MRI” (รูปภาพที่ 1) ทำให้สามารถตรวจพบตั้งแต่โรคยังไม่ลุกลามไปมาก หรือมีขนาดเล็กๆ ทำให้เริ่มการรักษาได้เร็วขึ้นซึ่งหมายถึงผลการรักษาที่ดีกว่า

เส้นเลือดแตกในสมองจากภาวะความดันโลหิตสูง
เส้นเลือดแตกในสมองจากภาวะความดันโลหิตสูง
(Stroke, Cerebrovascular accident, CVA, Hypertensive intracerebral hemorrhage)
เป็นที่ทราบกันดีว่า โรคหลอดเลือดของสมองเป็นโรคที่พบบ่อยในประเทศไทย เป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ นอกจากนั้น ยังส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้ป่วย เนื่องจากภาวะทุพพลภาพทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งเป็นภาระของสมาชิกในครอบครัวในเรื่องการดูแลปรนนิบัติ และค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาผู้ป่วย
อาการแสดงของโรคนี้มีอะไรบ้าง
อาการที่แสดงออกจะเป็นลักษณะเฉียบพลัน เช่น
· ปวดศีรษะขึ้นมาทันที บางทีมีอาเจียนร่วมด้วย
· แขน, ขา อ่อนแรง หรือชาขึ้นมาทันทีครึ่งซีก หรือด้านใดด้านหนึ่งของร่างกาย
· มีอาการพูดลำบาก, พูดไม่ออก, ออกเสียงไม่ชัด
· เวียนศีรษะ หรือเสียการทรงตัว
การปฏิบัติตัวก่อนและหลังผ่าตัดหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทระดับเอว
การปฏิบัติตัวก่อนผ่าตัด
![]()
- มาตามวันเวลาที่นัดหมาย เพื่อเตรียมความพร้อมในการตรวจเลือด ตรวจผล MRI, Filmต่างๆ ให้พร้อมก่อนผ่าตัด
- ถ้ามียาที่รับประทานประจำนำมาโรงพยาบาลด้วย โดยเฉพาะถ้าเป็นยากลุ่มต้านเกล็ดเลือด (Antiplatelet), ละลายลิ่มเลือด (Anticoagulation) ควรแจ้งแพทย์และหยุดยาก่อนน้อย 7 วัน ก่อนผ่าตัด (ASA, Aspent, Plavix, Aggrenox, Pleataal)
- กรณีแพ้ยา อาหารทะเล สารอื่นๆควรแจ้งทุกครั้ง
- เมื่อเข้านอนในโรงพยาบาล รับคำแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ การขอความช่วยเหลือ สิทธิต่างๆ การเบิกจ่าย, การประเมินค่าใช้จ่ายเบื้องต้น, รับคำแนะนำเกี่ยวกับโรค ,แนวทางการรักษา การผ่าตัด ข้อดี ข้อแทรกซ้อนการปฏิบัติตัวก่อน-หลังผ่าตัด และอ่านเอกสารประกอบ
-
คืนก่อนผ่าตัด ผ่อนคลาย คลายความกังวล พักผ่อนให้เพียงพอ งดน้ำและอาหารตามเวลาที่เจ้าหน้าที่แจ้ง ระวังอุบัติเหตุ การลื่นล้ม ลุกและลงนอนในท่าตะแคงทุกครั้งเพื่อลดการอักเสบและชอกช้ำของกล้ามเนื้อและเส้นประสาทไขสันหลัง ถ้ามีอาการผิดปกติ หรือมีอาการปวดมากกว่า 3คะแนน ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่
แนวทางการรักษาอาการปวดจากหมอนรองกระดูกสันหลัง
- กว่า 80% ของคนที่ปวดหลังจากหมอนรองกระดูก จะค่อยๆหายไปภายใน 3-4 สัปดาห์ ซึ่งในระหว่างนี้เพียงแค่การพัก
ผ่อน และหลีกเลี่ยงการทำงานของหลังร่วมกับการรับประทานยาแก้อักเสบ อาการปวดก็จะค่อยๆหายไป
- การรักษาโดยใช้พลังงานความร้อนอบ, ประคบ, การนวดเบาๆ หรือการรักษาโดยใช้คลื่นความถี่ (Ultrasound)
ก็จะช่วยให้อาการที่ปวดมาก บรรเทาได้เร็วขึ้น การดึงคอ หรือดึงหลัง (Traction) อาจได้ประโยชน์ในผู้ป่วยบางราย
- อาการปวดดังกล่าว ถ้าไม่หาย ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (Spine Doctor) เพื่อตรวจร่างกาย และใช้เครื่องมือพิเศษมา
ตรวจ เช่น การ X-ray,MRI(เครื่องสนามแม่เหล็ก) หรือ การตรวจกล้ามเนื้อและระบบประสาทโดยใช้ไฟฟ้า (EMG+NCV)
โดยรวม MRIจะมีประโยชน์มากในการวินิจฉัย และพิจารณาการวางแผนแนวทางการรักษา
- หลังจากที่ได้รับการวินิจฉัย (จากข้อมูล MRI) แล้ว การรักษามักจะใช้วิธีที่ไม่ใช่การผ่าตัด เช่น
