ความรู้เกี่ยวกับโรคหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาทระดับเอว
ภาวะหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทส่วนเอว
หมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท เป็นโรคที่เกิดการยื่นของหมอนรองกระดูกสันหลังมากดทับเส้นประสาทบริเวณเอว ก่อให้เกิดอาการปวดหลัง ร่วมกับการปวดร้าวลงขาข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง รวมทั้งมีอาการของความผิดปกติของการทำงานของเส้นประสาทเช่น กล้ามเนื้อขามัดใดมัดหนึ่งหรือหลายมัดอ่อนแรง ชาบริเวณส่วนใดส่วนหนึ่งของขา หรือมีอาการผิดปกติของระบบขับถ่าย
หมอนรองกระดูกสันหลังประกอบด้วยพังผืดหุ้มหมอนรองกระดูก (annulus fibrosus)และหมอนรองกระดูกสันหลัง (nucleus pulposus)มีหน้าที่ยึดกระดูกสันหลัง รับแรงกระแทก และช่วยให้กระดูกสันหลังเคลื่อนที่ก้มเงยได้ เมื่อเกิดความเสื่อมหรือการฉีกขาดของเยื่อหุ้มหมอนรองกระดูก จะทำให้เนื้อหมอนรองกระดูกสันหลังสามารถเล็ดลอดผ่านเยื่อหุ้มหมอนรองกระดูกออกมากดทับเส้นประสาทที่อยู่บริเวณด้านหลังหมอนรองกระดูกได้ (รูปภาพที่ 1) ก่อให้เกิดอาการที่กล่าวข้างต้น

การตรวจวินิจฉัยโดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า(MRI)

รูปที่ 2 เครื่อง MRI
เป็นการตรวจโดยใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าสร้างภาพเพื่อให้สามารถวินิจฉัยความผิดปกติที่เกิดที่ระบบประสาทไขสันหลังได้ชัดเจนโดยสามารถเห็นกระดูก เส้นประสาท หมอนรองกระดูก เนื้อเยื่อรอบๆ
การปฏิบัติตัวเพื่อตรวจ MRI
- รับประทานอาหาร น้ำ ยาได้ตามปกติ
- มาถึงแผนกตรวจรังสีวินิจฉัยก่อนเวลานัดอย่างน้อย ครึ่งชั่วโมงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ซักประวัติเพื่อความปลอดภัยเช่น เคยรับการผ่าตัดใส่เหล็ก ผ่าใส่อุปกรณ์เทียมต่างๆหรือไม่
- เปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมตรวจ
- ถ้ามีอาการกลัวที่แคบควรแจ้งเจ้าหน้าที่
ทางเลือกของการรักษา
การรักษาโดยไม่ผ่าตัด ประกอบด้วยการหยุดพัก การใช้ยารักษา ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด เช่นการบริหารกล้ามเนื้อหลัง การดึงหลัง
การรักษาโดยการผ่าตัด จะกระทำเมื่อใช้การรักษาโดยการไม่ผ่าตัดล้มเหลว มีการเจ็บปวดรุนแรง หรือ มีภาวะผิดปกติของการทำงานของเส้นประสาทเกิดขึ้นแล้วเช่นอ่อนแรง, ชา หรือขับถ่ายผิดปกติ ซึ่งจำเป็นต้องทำผ่าตัดเพื่อป้องกันไม่ให้มีการสูญเสียการทำงานหรือความเสียหายถาวรของเส้นประสาท
การรักษาโดยการผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลังส่วนเอว แบ่งออกเป็นสองประเภท คือ การผ่าตัดผ่านกล้อง Endoscope และการผ่าตัดผ่านกล้อง Microscope เพื่อตัดเอาหมอนรองกระดูกส่วนที่ยื่นมากดทับเส้นประสาทออก ซึ่งแพทย์ผู้รักษาจะเป็นผู้พิจารณาวิธีการรักษาที่เหมาะสมให้