แนวทางการรักษาอาการปวดจากหมอนรองกระดูกสันหลัง
- กว่า 80% ของคนที่ปวดหลังจากหมอนรองกระดูก จะค่อยๆหายไปภายใน 3-4 สัปดาห์ ซึ่งในระหว่างนี้เพียงแค่การพักผ่อน และหลีกเลี่ยงการทำงานของหลังร่วมกับการรับประทานยาแก้อักเสบ อาการปวดก็จะค่อยๆหายไป
- การรักษาโดยใช้พลังงานความร้อนอบ, ประคบ, การนวดเบาๆ หรือการรักษาโดยใช้คลื่นความถี่ (Ultrasound) ก็จะช่วยให้อาการที่ปวดมาก บรรเทาได้เร็วขึ้น การดึงคอ หรือดึงหลัง (Traction) อาจได้ประโยชน์ในผู้ป่วยบางราย
- อาการปวดดังกล่าว ถ้าไม่หาย ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ (Spine Doctor) เพื่อตรวจร่างกาย และใช้เครื่องมือพิเศษมาตรวจ เช่น การ X-ray, MRI (เครื่องสนามแม่เหล็ก) หรือ การตรวจกล้ามเนื้อและระบบประสาทโดยใช้ไฟฟ้า (EMG+NCV) โดยรวม MRI จะมีประโยชน์มากในการวินิจฉัย และพิจารณาการวางแผนแนวทางการรักษา
- หลังจากที่ได้รับการวินิจฉัย (จากข้อมูล MRI) แล้ว การรักษามักจะใช้วิธีที่ไม่ใช่การผ่าตัด เช่น
1. การฉีดยาชา เข้าที่บริเวณข้อต่อของกระดูกสันหลัง (Facet joint
injection)
2. การฉีดยาแก้อักเสบ ที่บริเวณเส้นประสาทไขสันหลัง
3. การใช้คลื่นความถี่ รักษาอาการเจ็บปวดบริเวณเส้นประสาทไขสันหลัง
ในบางรายอาการปวดก็จะหายไป หรือหายไปสักระยะหนึ่ง แล้วแต่พยาธิสภาพ
- ในรายที่อาการปวดยังคงไม่หาย และระยะเวลาที่เป็นมากกว่า 8 สัปดาห์ ควรไปพบศัลยแพทย์ระบบประสาทไขสันหลัง (Spine Surgeon) ซึ่งการรักษาหมอนรองกระดูกสันหลัง ในปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปอย่างมาก มีทั้งการผ่าตัดโดยไม่เปิดแผล (Non-opened Surgery) เช่น Nucleoplasty, Endoscopic discectomy หรือ ถ้าจำเป็นต้องผ่าตัด ในปัจจุบัน บาดแผลก็เป็นแผลขนาดเล็กๆ ประมาณ 2-2.5 เซนติเมตร โดยผ่าตัดผ่านกล้อง Microscope ที่เรียกว่า Microdiscectomy หรือ Key Hole discectomy หรือการผ่าตัดเปลี่ยนหมอนรองกระดูก (Artificial Disc Replacement) ในบางรายที่จำเป็น อาจจะต้องผ่าตัดเพื่อยึดกระดูก (Fusion Technique)
ศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการรักษาหมอนรองกระดูกโดยวิธีดังกล่าว จะเป็นผู้ให้คำแนะนำว่า การรักษาใดจะเหมาะสมกับในแต่ละกรณี