Refuse to fuse
(ปฏิเสธการเชื่อมต่อหรือยึดกระดูก หรือหาทางเลือกอื่นก่อน)
ในอดีตการผ่าตัดกระดูกสันหลัง ที่เกิดจากปัญหาของหมอนรองกระดูก, กระดูกเสื่อม, ข้อกระดูกสันหลังเสื่อม หรือกระดูกเคลื่อน มักจะจบด้วยการเชื่อมหรือยึดกระดูก (การใส่โลหะ หรือสกรู เพื่อยึดตรึงกระดูก)
ผลเสียที่ตามมาของการเชื่อม หรือยึดตรึงกระดูก
1. การมีข้อจำกัดของการเคลื่อนไหวของกระดูกสันหลัง ยิ่งทำผ่าตัดหลายระดับ ข้อจำกัดของการเคลื่อนไหวก็จะมากขึ้น
2. กระดูกสันหลังในบริเวณถัดไป คือ บนหรือล่างถัดจากกระดูกที่ได้รับการผ่าตัดเชื่อมไว้แล้ว จะต้องทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้เกิดการเสื่อมเร็วและมากขึ้น (Adjacent disease) พบว่า 1 ใน 4 จำเป็นที่จะต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไขในข้อถัดไปในอนาคต
3. 20% ของคนไข้หลังผ่าตัด ยังประสบปัญหาปวดหลังหลังผ่าตัดเรื้อรัง ที่เรียกว่า Failed back Syndrome ซึ่งยากต่อการรักษาให้หายยาก
ดังนั้น การผ่าตัดเพื่อเชื่อมกระดูกสันหลัง ในปัจจุบัน จะทำเท่าที่จำเป็น และทางเลือกใหม่ๆ ของการรักษาจะมีมากขึ้น เช่น การเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม ซึ่งเป็นทางเลือกของการเชื่อมกระดูก ในกรณีหมอนรองกระดูกเสื่อม การผ่าตัดโดยใช้ Endoscope และ Laser ซึ่งเป็นแผลขนาดเล็ก เพื่อรักษาอาการปวดหลังที่เกิดจากหมอนรองกระดูก แม้กระทั่งในรายที่จำเป็นต้องผ่าตัดเชื่อมหรือยึดกระดูก ในปัจจุบัน มีเทคนิคที่จะยึดกระดูกโดยวิธีไม่เปิดแผล เช่น
- การผ่าตัดโดยการใช้กระดูกเทียม (Expandable cage + Bone graft) โดยผ่าตัดผ่านกล้อง Endoscope
- การใช้ Screw ยึดกระดูกสันหลัง โดยไม่ต้องเปิดแผล (Percutaneous Screw Fixation) หรือ เปิดแผลเล็กประมาณ 2.5-3 เซนติเมตร (Mini open Screw Fixation)