Cerebral AVM (กลุ่มเส้นเลือดผิดปกติในสมอง)
นพ.ธีรศักดิ์ พื้นงาม
ศูนย์สมองและระบบประสาท
โรงพยาบาลพญาไท 1
Cerebral AVM หรือ Arteriovenous Malformation เป็นความผิดปกติของเส้นเลือดในเนื้อสมองซึ่งเป็นความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด เห็นเป็นกลุ่มของเส้นเลือดประกอบไปด้วย เส้นเลือดแดงต่อเข้ากับกลุ่มของเส้นเลือดผิดปกติ จากนั้นก็จะไหลออกทางเส้นเลือดดำที่มีขนาดใหญ่ จะอยู่ในตำแหน่งต่างๆของสมอง ซึ่งบางรายอาจจะอยู่ที่ผิวสมอง แต่บางรายอาจจะอยู่ลึกลงไปในเนื้อสมองและมีขนาดแตกต่างกันไปทั้งเล็กและใหญ่
อาการของโรค โดยทั่วไปผู้ป่วยจะมาพบแพทย์โดยมีอาการดังต่อไปนี้ คือ
1. กลุ่มอาการที่เกิดจากเส้นเลือดแตก (Hemorrhage) ได้แก่ ปวดศีรษะ, อาเจียน ซึ่งเกิดขึ้นทันที ในบางรายอาจหมดสติถ้าเลือดออกมากจนเป็นก้อนเลือดขนาดใหญ่ (Hematoma) นอกจากนั้นอาจมีอาการผิดปกติ เนื่องจากการทำงานที่ผิดปกติไปของสมองบริเวณที่เส้นเลือดแตก เช่น อาการอ่อนแรง, ชาของแขน-ขา พูดไม่ได้ ฯลฯ
2. กลุ่มอาการชัก (Seizure) ผู้ป่วยบางรายจะมีอาการกระตุกบางส่วนของร่างกายซีกใดซีกหนึ่ง เช่น แขน, ขา และหน้า แต่ในบางรายผู้ป่วยจะมีอาการชักเกร็งทั้งตัว ผู้ป่วยอาจจะหมดสติหรือไม่หมดสติก็ได้ ในผู้ป่วยที่ไม่เคยมีประวัติชักมาตั้งแต่เด็ก สาเหตุอาจมาจากความผิดปกติชนิดนี้ได้
การวินิจฉัย
จากการซักประวัติและการตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยแพทย์จะสามารถให้การวินิจฉัยเบื้องต้นได้ แต่อย่างไรก็ตามจำเป็นต้องได้รับการตรวจ โดยเครื่องคอมพิวเตอร์สมอง (CT-Scan) หรือการตรวจสมองโดยคลื่นแม่เหล็ก (MRI) เพื่อยืนยันว่ามีเลือดออกในสมอง ในบางรายอาจจะเห็นว่ามีกลุ่มของเส้นเลือดในสมองที่ผิดปกติชนิดนี้อยู่ (รูปภาพที่ 1) หลังจากนั้นการตรวจที่จำเป็นอย่างยิ่งก็คือ การฉีดสารทึบแสงและ X-ray เพื่อดูเฉพาะเส้นเลือดที่สมอง ซึ่งจะทำให้เห็นรายละเอียดของความผิดปกติ, ขนาด ซึ่งจากข้อมูลเหล่านี้ทำให้ศัลยแพทย์ทางสมอง สามารถวางแผนการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยได้

รูปภาพที่ 1 การตรวจสมองโดยคลื่นแม่เหล็ก (MRI) อาจจะเห็นว่ามีกลุ่มของเส้นเลือดในสมองที่ผิดปกติ
การรักษา
ในปัจจุบันนี้การรักษา AVM ได้มีวิวัฒนาการไปอย่างมาก แต่ละชนิดของการรักษา ก็มีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป โดยสรุปแล้วการรักษาในปัจจุบันนี้แบ่งได้ดังนี้
1. กลุ่มเส้นเลือดที่ผิดปกติขนาดเล็กและอยู่ไม่ลึกนัก
1.1. การผ่าตัด (Surgery)
ข้อดีของการผ่าตัดก็คือ สามารถกำจัดเอากลุ่มเส้นเลือดที่ผิดปกตินี้ออกได้เลย ซึ่งต่างกับการรักษาโดยวิธีอื่น เช่น รังสีรักษา ซึ่งต้องอาศัยเวลาเป็นปี กว่าที่เส้นเลือดจะค่อยๆฝ่อไป นอกจากนั้นในรายที่มีเลือดออกมากๆ การผ่าตัดนับว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วย ในปัจจุบันนี้การผ่าตัดได้พัฒนาไปมาก โดยใช้กล้องผ่าตัด “Microscope” ร่วมกับอุปกรณ์ช่วยบอกตำแหน่งขณะทำผ่าตัดหรือ “นาวิเกเตอร์” พยาธิสภาพที่มีขนาดเล็กที่เป็นข้อจำกัดของการผ่าตัดในอดีต ก็สามารถที่ทำการผ่าตัดได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย
1.2. การใช้รังสีรักษา
“Radiosurgery” เป็นการใช้รังสีรักษา โดยใช้ Computer คำนวณและกำหนดเป้าหมาย (Target) ซึ่งก็คือกลุ่มเส้นเลือดที่ผิดปกติ และให้จำนวนรังสี (Dose) ที่เหมาะสมเพื่อทำให้กลุ่มเส้นเลือดที่ผิดปกติค่อยๆฝ่อไป แต่มีข้อจำกัดไม่สามารถทำได้ใน AVM ที่มีขนาดใหญ่เกิน 3 ซม. ขึ้นไป นอกจากนี้ยังใช้เวลาประมาณ 1 1/2 - 2 ปี ก่อนที่พยาธิสภาพจะหายไป ในระหว่างช่วงปีแรกผู้ป่วยก็ยังมีความเสี่ยงของเส้นเลือดที่อาจแตกได้
1.3. Embolization
การใช้สารชนิดหนึ่งฉีดผ่านสายสวนเส้นเลือดแดงที่ต้นขา สายสวนนี้มีขนาดเล็กมากจะถูกผ่านไปตามเส้นเลือดแดงจนถึงเส้นเลือดในสมองส่วนที่ผิดปกติ (รูปภาพที่ 2) สารที่ถูกฉีดเข้าไปนี้จะอุดตันกลุ่มของเส้นเลือดที่ผิดปกติ การรักษาแบบนี้จำเป็นต้องรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญรังสีร่วมรักษา และเหมาะสำหรับความผิดปกติขนาดเล็กๆ เช่นกัน บางครั้งเรียกว่า การฉีดกาว (Glue Embolization)
