ถ้าเอ่ยถึงเนื้องอกในสมอง คงเป็นเรื่องที่หลายๆท่านพอทราบ หรือพอได้ยินมากันอยู่บ้าง แต่ถ้าเอ่ยถึงเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง หลายๆท่านคงเริ่มจะมีคำถามมากมาย เช่น ต่อมใต้สมองอยู่ที่ส่วนไหนของสมอง มีหน้าที่อย่างไร? และเป็นเนื้องอกได้ด้วยหรือ? ถ้าเป็นแล้วจะมีอาการอย่างไร? โดยปกติต่อมใต้สมองมีหน้าที่เกี่ยวกับการสร้างสาร หรือฮอร์โมนหลายๆอย่าง เพื่อควบคุมการทำงานของร่างกายอย่างสมดุล ฮอร์โมนเหล่านี้ได้แก่ ฮอร์โมนโปรแลคติน (Prolactin, เกี่ยวกับการสร้างน้ำนม), ไทรอยด์, ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต และฮอร์โมนเพศ, ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ฯลฯ
เมื่อเกิดเนื้องอกต่อมใต้สมอง อาการที่เป็นก็มักจะเกี่ยวกับความผิดปกติของการสร้างฮอร์โมนชนิดนั้นๆ เช่น
ถ้ามีการสร้างฮอร์โมนโปรแลคติน (Prolactin) มากเกินไป
- ในผู้หญิง จะมีผลทำให้ประจำเดือนขาด และมีน้ำนมไหล ทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งครรภ์
- ในผู้ชาย จะมีผลทำให้ขาดแรงกระตุ้นความต้องการทางเพศ
ถ้ามีการสร้างฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเกิดการเจริญเติบโต (Growth Hormone) มากเกินไป
- ถ้าเกิดในวัยเด็ก จะทำให้ร่างกายมีขนาดใหญ่โตกว่าคนในวัยเดียวกัน
- ถ้าเกิดในผู้ใหญ่ที่ร่างกายหยุดเติบโตแล้ว การเปลี่ยนแปลงก็จะมีเฉพาะรูปหน้าซึ่งจะมีรูปโครงหน้าที่ ใหญ่ และหนาขึ้น นอกจากนั้นยังมีขนาดของนิ้วมือ, นิ้วเท้า ใหญ่โตผิดรูปร่าง
เนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง อาจจะไม่ได้สร้างฮอร์โมนอะไรที่ผิดปกติไปกว่าเดิมเลย แต่ขนาดของตัวต่อมใต้สมองจะโตขึ้นเรื่อยๆจนไปกดทับเส้นประสาทตาที่อยู่ใกล้เคียง อาการแรกๆของการถูกกดทับเส้นประสาทตาก็คือ ลานสายตาแคบลง ลักษณะคือ คนเราเวลามองไปตรงๆ ซึ่งในภาวะปกติจะสามารถมองเห็นภาพของบริเวณด้านหางตาพร้อมๆกันไปด้วย แต่ในกรณีนี้จะเห็นเฉพาะภาพที่อยู่ในแนวหน้าตรงเท่านั้น ถ้าเนื้องอกมีขนาดโตขึ้นมากกว่านี้ตาอาจจะมองไม่ชัด จนบอดไปในที่สุดโรคนี้จะพบได้บ่อยตั้งแต่ในวัยหนุ่มสาวเป็นต้นไป ในวัยเด็กจะพบได้น้อย และพบได้ทั้งในชายและหญิง
การตรวจพบโรค เริ่มต้นจากอาการที่ผิดปกติทางด้านฮอร์โมนดังที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น หรืออาการทางตา สิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการวินิจฉัยและรักษาก็คือ การตรวจเลือดดูความผิดปกติของระดับฮอร์โมนต่างๆร่วมกับการตรวจสมองโดยคอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือจากเครื่องตรวจสนามแม่เหล็ก (MRI) จะทำให้เห็นภาพความผิดปกติของต่อมใต้สมองได้อย่างชัดเจน (รูปภาพที่ 1)
รูปภาพที่ 1 แสดงภาพ การตรวจโดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI brain)
การรักษา
ในปัจจุบันนี้
- การรักษามักจะเป็นการผ่าตัด ยกเว้น ถ้าเป็นเนื้องอกชนิดที่สร้างฮอร์โมน Prolactin หรือ Growth Hormone อาจจะตอบสนองต่อยาได้บ้างในบางราย
- การผ่าตัดมักจะมีความจำเป็น ถ้ามีปัญหาทางตา เนื่องจากประสาทตาถูกเนื้องอกกดทับอยู่ โดยเฉพะเนื้องอกที่มีขนาดใหญ่มากกว่า 1 ซม.
การผ่าตัดที่ทำกันอยู่อย่างแพร่หลายคือ เทคนิคการผ่าตัดผ่านโพรงจมูกที่เรียกว่า “Transphenoid Surgery” โดยแผลผ่าตัดจะอยู่บริเวณเหงือกด้านบน หรือข้างๆโพรงจมูก จากนั้นอาศัยการมองเห็นผ่านกำลังขยายของกล้องผ่าตัดจึงทำให้เห็นรายละเอียดขณะทำผ่าตัดได้ แต่เนื่องจากบริเวณที่ทำผ่าตัดเป็นบริเวณแคบๆ ลำแสงจากกล้องผ่าตัดส่องเข้าไปได้ปริมาณที่จำกัด จึงเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งของการผ่าตัดแบบนี้
ด้วยความพัฒนาในแนวทางการรักษาในรูปแบบที่เรียกว่า “Minimally Invasive Surgery” ซึ่งสามารถใช้กล้องผ่าตัดขนาดเล็กที่เรียกว่า “Endoscope” ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่งที่มีความยาวประมาณ 18 – 20 ซม. มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางแท่งประมาณ 4 มม. และตรงปลายมีเลนส์สำหรับรับภาพ ศัลยแพทย์จะสอดกล้องชนิดนี้ผ่านเข้าไปในโพรงจมูกข้างใดข้างหนึ่งเข้าไปจนถึงบริเวณของเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง ขณะทำผ่าตัดภาพจากกล้องจะถูกถ่ายทอดผ่านอุปกรณ์รับภาพไปแสดงยังจอมอนิเตอร์ อุปกรณ์การผ่าตัดที่มีขนาดเล็กก็จะถูกสอดผ่านโพรงจมูกขนานไปกับกล้องผ่าตัด เพื่อตัดเนื้องอกออกมาเป็นชิ้น ทีละเล็กทีละน้อยจนหมด (รูปภาพที่ 2)

รูปภาพที่ 2 เทคนิคการผ่าตัดโดยใช้กล้องเอ็นโดสโคปสอดผ่านช่องจมูก
ข้อดีของการผ่าตัดชนิดนี้คือ ไม่มีบาดแผลภายนอกให้เห็น หลังผ่าตัดสามารถรับประทานอาหารได้เลย ไม่ต้องเกรงว่าอาหารจะเปรอะเปื้อนบริเวณแผลผ่าตัด การหายใจก็สามารถหายใจได้ตามปกติ อาจจะมีอาการแน่นจมูกบ้างเล็กน้อย นอกจากนั้นอาการปวดแผลผ่าตัดค่อนข้างเล็กน้อยเมื่อเทียบกับแผลผ่าตัดอื่นๆ
หลังการผ่าตัดเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง ในบางรายจะมีภาวะเบาจืดชั่วคราวคือ ปัสสาวะบ่อยและกระหายน้ำมาก ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆหายไปได้เอง ในบางรายแพทย์จะพิจารณาให้ยาช่วยควบคุมอาการเหล่านี้
ผลของการผ่าตัด อาการทางตาของผู้ป่วย ถ้าไม่ได้มีอาการมากนัก เช่น มีปัญหาเฉพาะความบกพร่องของลานสายตา ผู้ป่วยมักจะมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนอาการจากความผิดปกติของฮอร์โมนจะค่อยๆดีขึ้น ซึ่งแพทย์จะตรวจเลือดเพื่อดูระดับของฮอร์โมนเป็นระยะๆไป เนื้องอกชนิดนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เนื้อร้าย หรือมะเร็ง แต่เนื้องอกก็สามารถกลับเป็นขึ้นมาได้อีก ดังนั้นในรายที่การผ่าตัดไม่สามารถเอาเนื้องอกออกได้หมด การใช้รังสีรักษาก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ได้ผลดี และช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเนื้องอก
แต่ในบางราย ขนาดของเนื้องอกใหญ่มากและลุกลามเข้ามาในสมอง จำเป็นต้องเลือกวิธีการผ่าตัดรักษาแบบเนื้องอกในสมอง โดยการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะ ตำแหน่งของการผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับขนาดของตำแหน่งของเนื้องอก ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณา
โดยรวมแล้ว ผลของการรักษาเป็นที่น่าพอใจผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตได้อย่างเป็นปกติ แต่ในบางรายอาจจะต้องรับประทานฮอร์โมนบางชนิดเสริม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษาได้ที่ นพ.ธีรศักดิ์ พื้นงาม
ศูนย์สมองและระบบประสาท (MINI Brain Center) เครือโรงพยาบาลพญาไท โทร. 0-2245-2620 ต่อ 2625-6 หรือ Call Center 1772