โรคทางด้านสมอง โรคทางด้านประสาทไขสันหลัง  
  โรคทางประสาทไขสันหลัง MISS Technique Home

เนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง (Pituitary tumor)

 

เนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง

(Pituitary  tumor)

 

นพ.ธีรศักดิ์  พื้นงาม

ศูนย์สมองและระบบประสาท

โรงพยาบาลพญาไท 1

 

            ถ้าเอ่ยถึงเนื้องอกในสมอง  คงเป็นเรื่องที่หลายๆท่านพอทราบ  หรือพอได้ยินมากันอยู่บ้าง  แต่ถ้าเอ่ยถึงเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง  หลายๆท่านคงเริ่มจะมีคำถามมากมาย  เช่น  ต่อมใต้สมองอยู่ที่ส่วนไหนของสมอง  มีหน้าที่อย่างไร?  และเป็นเนื้องอกได้ด้วยหรือ?  ถ้าเป็นแล้วจะมีอาการอย่างไร?  โดยปกติต่อมใต้สมองมีหน้าที่เกี่ยวกับการสร้างสาร  หรือฮอร์โมนหลายๆอย่าง  เพื่อควบคุมการทำงานของร่างกายอย่างสมดุล  ฮอร์โมนเหล่านี้ได้แก่  ฮอร์โมนโปรแลคติน  (Prolactin,  เกี่ยวกับการสร้างน้ำนม),  ไทรอยด์,  ฮอร์โมนจากต่อมหมวกไต  และฮอร์โมนเพศ,  ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโต  (Growth  Hormone)  ฯลฯ

           เมื่อเกิดเนื้องอกต่อมใต้สมอง  อาการที่เป็นก็มักจะเกี่ยวกับความผิดปกติของการสร้างฮอร์โมนชนิดนั้นๆ  เช่น

ถ้ามีการสร้างฮอร์โมนโปรแลคติน  (Prolactin)  มากเกินไป

            - ในผู้หญิง  จะมีผลทำให้ประจำเดือนขาด  และมีน้ำนมไหล  ทั้งๆที่ไม่ได้ตั้งครรภ์

            - ในผู้ชาย  จะมีผลทำให้ขาดแรงกระตุ้นความต้องการทางเพศ


ถ้ามีการสร้างฮอร์โมนที่เกี่ยวกับเกิดการเจริญเติบโต  (
Growth  Hormone)  มากเกินไป 
            - ถ้าเกิดในวัยเด็ก  จะทำให้ร่างกายมีขนาดใหญ่โตกว่าคนในวัยเดียวกัน

            - ถ้าเกิดในผู้ใหญ่ที่ร่างกายหยุดเติบโตแล้ว  การเปลี่ยนแปลงก็จะมีเฉพาะรูปหน้าซึ่งจะมีรูปโครงหน้าที่  ใหญ่  และหนาขึ้น  นอกจากนั้นยังมีขนาดของนิ้วมือ,  นิ้วเท้า  ใหญ่โตผิดรูปร่าง 
            เนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง  อาจจะไม่ได้สร้างฮอร์โมนอะไรที่ผิดปกติไปกว่าเดิมเลย  แต่ขนาดของตัวต่อมใต้สมองจะโตขึ้นเรื่อยๆจนไปกดทับเส้นประสาทตาที่อยู่ใกล้เคียง  อาการแรกๆของการถูกกดทับเส้นประสาทตาก็คือ  ลานสายตาแคบลง ลักษณะคือ  คนเราเวลามองไปตรงๆ  ซึ่งในภาวะปกติจะสามารถมองเห็นภาพของบริเวณด้านหางตาพร้อมๆกันไปด้วย  แต่ในกรณีนี้จะเห็นเฉพาะภาพที่อยู่ในแนวหน้าตรงเท่านั้น  ถ้าเนื้องอกมีขนาดโตขึ้นมากกว่านี้ตาอาจจะมองไม่ชัด  จนบอดไปในที่สุดโรคนี้จะพบได้บ่อยตั้งแต่ในวัยหนุ่มสาวเป็นต้นไป  ในวัยเด็กจะพบได้น้อย  และพบได้ทั้งในชายและหญิง 
            การตรวจพบโรค เริ่มต้นจากอาการที่ผิดปกติทางด้านฮอร์โมนดังที่กล่าวไว้แล้วข้างต้น  หรืออาการทางตา  สิ่งที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในการวินิจฉัยและรักษาก็คือ  การตรวจเลือดดูความผิดปกติของระดับฮอร์โมนต่างๆร่วมกับการตรวจสมองโดยคอมพิวเตอร์  (CT Scan) หรือจากเครื่องตรวจสนามแม่เหล็ก (MRI) จะทำให้เห็นภาพความผิดปกติของต่อมใต้สมองได้อย่างชัดเจน (รูปภาพที่ 1)


 

                                  

รูปภาพที่ 1 แสดงภาพ การตรวจโดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า  (MRI  brain) 


การรักษา

ในปัจจุบันนี้     

      • การรักษามักจะเป็นการผ่าตัด  ยกเว้น  ถ้าเป็นเนื้องอกชนิดที่สร้างฮอร์โมน  Prolactin  หรือ Growth  Hormone  อาจจะตอบสนองต่อยาได้บ้างในบางราย
      • การผ่าตัดมักจะมีความจำเป็น  ถ้ามีปัญหาทางตา  เนื่องจากประสาทตาถูกเนื้องอกกดทับอยู่ โดยเฉพะเนื้องอกที่มีขนาดใหญ่มากกว่า  1  ซม.

การผ่าตัดที่ทำกันอยู่อย่างแพร่หลายคือ  เทคนิคการผ่าตัดผ่านโพรงจมูกที่เรียกว่า  “Transphenoid  Surgery”  โดยแผลผ่าตัดจะอยู่บริเวณเหงือกด้านบน  หรือข้างๆโพรงจมูก  จากนั้นอาศัยการมองเห็นผ่านกำลังขยายของกล้องผ่าตัดจึงทำให้เห็นรายละเอียดขณะทำผ่าตัดได้  แต่เนื่องจากบริเวณที่ทำผ่าตัดเป็นบริเวณแคบๆ  ลำแสงจากกล้องผ่าตัดส่องเข้าไปได้ปริมาณที่จำกัด  จึงเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งของการผ่าตัดแบบนี้

ด้วยความพัฒนาในแนวทางการรักษาในรูปแบบที่เรียกว่า  “Minimally  Invasive  Surgery”  ซึ่งสามารถใช้กล้องผ่าตัดขนาดเล็กที่เรียกว่า  “Endoscope”  ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่งที่มีความยาวประมาณ 18 20  ซม.  มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางแท่งประมาณ 4  มม.  และตรงปลายมีเลนส์สำหรับรับภาพ  ศัลยแพทย์จะสอดกล้องชนิดนี้ผ่านเข้าไปในโพรงจมูกข้างใดข้างหนึ่งเข้าไปจนถึงบริเวณของเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง  ขณะทำผ่าตัดภาพจากกล้องจะถูกถ่ายทอดผ่านอุปกรณ์รับภาพไปแสดงยังจอมอนิเตอร์  อุปกรณ์การผ่าตัดที่มีขนาดเล็กก็จะถูกสอดผ่านโพรงจมูกขนานไปกับกล้องผ่าตัด  เพื่อตัดเนื้องอกออกมาเป็นชิ้น  ทีละเล็กทีละน้อยจนหมด (รูปภาพที่ 2)



รูปภาพที่ 2 เทคนิคการผ่าตัดโดยใช้กล้องเอ็นโดสโคปสอดผ่านช่องจมู 

 

ข้อดีของการผ่าตัดชนิดนี้คือ  ไม่มีบาดแผลภายนอกให้เห็น  หลังผ่าตัดสามารถรับประทานอาหารได้เลย  ไม่ต้องเกรงว่าอาหารจะเปรอะเปื้อนบริเวณแผลผ่าตัด  การหายใจก็สามารถหายใจได้ตามปกติ  อาจจะมีอาการแน่นจมูกบ้างเล็กน้อย  นอกจากนั้นอาการปวดแผลผ่าตัดค่อนข้างเล็กน้อยเมื่อเทียบกับแผลผ่าตัดอื่นๆ

หลังการผ่าตัดเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง  ในบางรายจะมีภาวะเบาจืดชั่วคราวคือ  ปัสสาวะบ่อยและกระหายน้ำมาก  ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆหายไปได้เอง  ในบางรายแพทย์จะพิจารณาให้ยาช่วยควบคุมอาการเหล่านี้

ผลของการผ่าตัด  อาการทางตาของผู้ป่วย  ถ้าไม่ได้มีอาการมากนัก  เช่น  มีปัญหาเฉพาะความบกพร่องของลานสายตา  ผู้ป่วยมักจะมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน  ส่วนอาการจากความผิดปกติของฮอร์โมนจะค่อยๆดีขึ้น  ซึ่งแพทย์จะตรวจเลือดเพื่อดูระดับของฮอร์โมนเป็นระยะๆไป  เนื้องอกชนิดนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่เนื้อร้าย  หรือมะเร็ง  แต่เนื้องอกก็สามารถกลับเป็นขึ้นมาได้อีก  ดังนั้นในรายที่การผ่าตัดไม่สามารถเอาเนื้องอกออกได้หมด  การใช้รังสีรักษาก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ได้ผลดี  และช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเนื้องอก

แต่ในบางราย  ขนาดของเนื้องอกใหญ่มากและลุกลามเข้ามาในสมอง  จำเป็นต้องเลือกวิธีการผ่าตัดรักษาแบบเนื้องอกในสมอง  โดยการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะ  ตำแหน่งของการผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับขนาดของตำแหน่งของเนื้องอก  ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้พิจารณา

โดยรวมแล้ว  ผลของการรักษาเป็นที่น่าพอใจผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตได้อย่างเป็นปกติ  แต่ในบางรายอาจจะต้องรับประทานฮอร์โมนบางชนิดเสริม


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม  หรือปรึกษาได้ที่  นพ.ธีรศักดิ์  พื้นงาม 

ศูนย์สมองและระบบประสาท (MINI Brain Center)  เครือโรงพยาบาลพญาไท โทร.  0-2245-2620  ต่อ  2625-6 หรือ  Call Center  1772

 
 
 
 
โรคทางด้านสมอง
บทความ
วิดีโอ
เว็บบอร์ด
 
 
All site contents copyright ©2009