เนื้องอกสมองและการผ่าตัดแบบส่งผลกระทบน้อยต่อสมอง
นพ. ธีรศักดิ์ พื้นงาม
ศูนย์สมองและระบบประสาท
โรงพยาบาลพญาไท 1
สมอง เป็นอวัยวะหนึ่งที่สำคัญของร่างกาย การควบคุมการเคลื่อนไหวต่างๆ, การรับรู้ความรู้สึกของร่างกาย ความทรงจำ, ความคิดต่างๆที่ซับซ้อน, การพูด หรือ ความเข้าใจในภาษา ล้วนแต่ควบคุมมาจากสมองทั้งสิ้น
เมื่อมีความผิดปกติในสมองเกิดขึ้น ก็จะทำให้เกิดอาการทางสมองออกมา ได้แก่ เป็นอัมพาตหรือชาครึ่งซีก, มีความผิดปกติของการพูด, การใช้ภาษา, ความทรงจำ หรือการมองเห็น อาการเหล่านี้จะเป็นมากขึ้นเมื่อความผิดปกติลุกลามไป จนกระทั่งหมดสติและเสียชีวิตไปในที่สุด เนื่องจากสมองถูกห่อหุ้มด้วยกะโหลกศีรษะ จึงไม่สามารถมองเห็นหรือคลำพบได้ แต่ด้วยความก้าวหน้าในปัจจุบันนี้ ความผิดปกติในสมองแม้ว่าจะมีขนาดเล็กๆ ก็สามารถตรวจพบได้ โดยเครื่องมือที่เรียกว่า “CT scan” หรือ “MRI” (รูปภาพที่ 1) ทำให้สามารถตรวจพบตั้งแต่โรคยังไม่ลุกลามไปมาก หรือมีขนาดเล็กๆ ทำให้เริ่มการรักษาได้เร็วขึ้นซึ่งหมายถึงผลการรักษาที่ดีกว่า

รูปภาพที่ 1 ภาพ MRI แสดงความผิดปกติในสมองบริเวณแกนสมอง
สาเหตุของเนื้องอกในสมอง
ในปัจจุบันมีการศึกษาอย่างมากมาย พบว่าอาจจะมีสาเหตุได้หลายอย่าง เช่น การเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างสารพันธุกรรม ซึ่งอาจจะถ่ายทอดทางพันธุกรรม หรือเป็นผลจากสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ในปัจจุบันแม้จะยังไม่ได้ผลแน่ชัด แต่ก็มีความก้าวหน้าไปมาก ซึ่งการศึกษาต่อๆไปจะทำให้การรักษาเนื้องอกในสมองในอนาคตได้ผลมากยิ่งขึ้น
อาการของเนื้องอกในสมอง
ตำแหน่งที่ต่างกันของเนื้องอกในสมองก็จะให้อาการที่แตกต่างกันไป เช่น ถ้าเกิดในตำแหน่งที่ควบคุมการทรงตัว เด็กก็จะมีอาการเดินเซ หกล้มบ่อย ในรายอื่นๆอาจจะมีอาการแขน-ขาอ่อนแรง หรือชาครึ่งซีก, อาการตาเข, ตากระตุก, ปากเบี้ยว หรืออาการชักเกร็ง ในเด็กเล็กจะต้องอาศัยการสังเกต เนื่องจากเด็กไม่สามารถจะบอกเล่าอาการได้ เช่น อาการเซื่องซึม ไม่ดูดนม หรือมีอาเจียนพุ่ง อาการจะเป็นมากถ้าก้อนเนื้องอกโตมาก หรือโตเร็ว ซึ่งเป็นเพราะความดันในสมองสูงจนทำให้ผู้ป่วยหมดสติได้ นอกจากนั้น ภาวะความดันในสมองสูงยังส่งผลกระทบต่อประสาทตา ถ้าเป็นนานจะทำให้การมองเห็นเสียไป
จากการซักถามและตรวจร่างกาย แพทย์อาจวินิจฉัยโรคได้ แต่อย่างไรก็ตามต้องอาศัยการตรวจยืนยันจากการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง (CT Scan) หรือการตรวจโดยพลังงานสนามแม่เหล็ก (MRI) ซึ่งจะปรากฏให้เห็นภาพของเนื้องอก รวมทั้งรายละเอียดของขนาดและตำแหน่ง (รูปภาพที่ 2)

รูปภาพที่ 2 ภาพ MRI แสดงภาพของเนื้องอก
การผ่าตัดแบบส่งผลกระทบน้อยต่อสมอง (Minimally Invasive Surgery)
ความผิดปกติในสมองบางอย่าง จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดรักษา ซึ่งจะต้องระมัดระวังมากกว่าการผ่าตัดร่างกายส่วนอื่นๆ เนื่องจากโครงสร้างสมองอ่อนนุ่มมากคล้ายเต้าหู้ ถ้าจับต้องแรงเกินไปก็จะเกิดการบอบช้ำเสียหายได้
การผ่าตัดใดๆ ก็ตามจะเกิดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อในบริเวณใกล้เคียงไม่มากก็น้อย แผลผ่าตัดที่มีขนาดใหญ่ก็จะมีการกระทบกระเทือน หรือบอบช้ำของเนื้อเยื่อได้ ดังนั้นการผ่าตัดในปัจจุบันนี้ จึงได้ผสมผสานความรู้ทางการแพทย์ กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กลงกว่าเดิม นอกจากนั้นยังช่วยให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกเจ็บปวดที่น้อยกว่า, ระยะเวลาอยู่ในโรงพยาบาลสั้นกว่า, เกิดรอยแผลเป็นที่เล็กกว่าสามารถปกปิดได้ง่ายกว่า แนวทางการรักษาแบบนี้จึงแพร่หลายไปทั่วโลก
การผ่าตัดสมองก็เช่นเดียวกัน แนวทางการผ่าตัดแบบ Minimally Invasive Neurosurgery ได้พัฒนามากว่าสิบปีแล้ว เนื่องจากการผ่าตัดสมองในปัจจุบันนั้น ประสาทศัลยแพทย์จะผ่าตัดโดยอาศัยกล้องผ่าตัดที่เรียกว่า “Microscope” ซึ่งจะมีแสงไฟส่องผ่านรูเปิดกะโหลก ช่วยในการมองเห็นส่วนต่างๆ ที่มีขนาดเล็กให้เห็นชัดเจนมากขึ้น ผลของการผ่าตัดนี้จึงได้รับความสำเร็จและปลอดภัยกว่า (รูปภาพที่ 3)

รูปภาพที่ 3 ภาพแสดง กล้องผ่าตัด Microscope และการผ่าตัดโดยใช้กล้อง Microscope
ในปัจจุบันมีเครื่องมือที่มาช่วยในการบอกตำแหน่งต่างๆ ของสมองในระหว่างผ่าตัดได้อย่างแม่นยำ เครื่องมือนี้เรียกว่า “Neuronavigator” ศัลยแพทย์จะทราบตำแหน่งต่างๆของสมอง ขณะที่กำลังผ่าตัดอยู่โดยมีภาพแสดงบนจอมอนิเตอร์
การผ่าตัดจึงปลอดภัยถึงแม้ว่าพยาธิสภาพจะมีขนาดเล็ก อยู่ลึก หรืออยู่ในตำแหน่งที่สำคัญก็ตาม
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือปรึกษาได้ที่ นพ.ธีรศักดิ์ พื้นงาม
ศูนย์สมองและระบบประสาท (MINI Brain Center) เครือโรงพยาบาลพญาไท โทร. 0-2245-2620 ต่อ 2625-6 หรือ Call Center 1772