การผ่าตัดสมองและไขสันหลังแนวใหม่
(Minimally invasive Brain and Spine Surgery)
ศัลยกรรมสมองเป็นสาขาหนึ่งที่ให้บริการแก่ผู้ป่วยมาตั้งแต่โรงพยาบาลพญาไท 1 ได้เปิดให้บริการและได้
มีการพัฒนามาตลอด จนกลายเป็นศูนย์สมองและระบบประสาทในปัจจุบัน และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2546 เป็นต้นมา โดยมาตรฐานสูงสุดประกอบด้วยทีมแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ และเครื่องมือผ่าตัดอันทันสมัย ที่จะทำให้การผ่าตัดรักษาผู้ป่วยเป็นไปด้วยความปลอดภัยอย่างสูงสุด คอยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทางศูนย์สมองและระบบประสาท เครือโรงพยาบาลพญาไท ได้เล็งเห็นประโยชน์ของการผ่าตัดในแนวทางของ “Minimally Invasive Neurosurgery” (MIN) ซึ่งเป็นที่แพร่หลายทั่วโลกในปัจจุบันนี้ รูปแบบของการผ่าตัดจะแตกต่างกับการผ่าตัดในสมัยก่อนคือ แผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กกว่า และไม่ต้องโกนผม บริเวณผ่าตัดที่ต้องเปิดกะโหลกศีรษะอาจกว้างแค่เพียง 2.5-3 cm. เท่านั้น แต่การผ่าตัดแบบนี้จำเป็นต้องใช้เครื่องมืออื่นๆมาใช้ในการทำผ่าตัด เช่น กล้องผ่าตัด Microscope ซึ่งสามารถมองเห็นส่วนต่างๆ ของสมองผ่านเลนส์ที่มีกำลังขยายสูง ทำให้การผ่าตัดปลอดภัย ไม่กระทบกระเทือนสมองส่วนอื่นๆ ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดที่ศูนย์ศัลยกรรมสมองส่วนใหญ่จะได้รับการผ่าตัดโดยใช้วิธีนี้
โรคของสมองบางครั้งมีความจำเป็นต้องผ่าตัด เนื่องจากการผ่าตัดใดๆก็ตามจะเกิดผลกระทบต่อเนื้อเยื่อในบริเวณผ่าตัด และบริเวณใกล้เคียงไม่มากก็น้อย ดังนั้นการผ่าตัดที่สมองจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก โดยจะต้องคำนึงถึงให้มีผลกระทบกระเทือน หรือบอบช้ำต่อเนื้อเยื่อสมองส่วนดีให้น้อยที่สุด เริ่มจากการผ่าตัดและเปิดช่องกะโหลกให้มีขนาดเล็กเท่าที่จะมีความจำเป็น จากนั้นจะต้องอาศัยอุปกรณ์อันทันสมัยต่างๆที่ช่วยในการผ่าตัดผ่านแผลผ่าตัดขนาดเล็ก เช่น กล้องผ่าตัด Microscope หรือ Endoscope ซึ่งมีลำแสงสว่างผ่านเข้าไปในแผลขนาดเล็ก และมีเลนส์ซึ่งมีกำลังขยายสูงช่วยในการมองเห็น ทำให้การผ่าตัดในปัจจุบันได้ผลดีกว่า
ผลที่ได้รับจากการผ่าตัดแบบ Minimally Invasive Neurosurgery มีดังนี้
1. เนื่องจากแผลภายนอกที่เกิดจากการเปิดแผลเพื่อทำการผ่าตัดในสมองนั้น เป็นบาดแผลที่มีขนาดเล็ก
ประมาณ 2-3 เซนติเมตร จึงทำให้ แผลมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้น้อย, แผลหายเร็วไม่กระทบความ
งามของรูปหน้า และไม่ต้องโกนผมทั้งหมดเหมือนการผ่าตัดสมองในแบบเดิม
2. ปวดแผลหลังผ่าตัดน้อยกว่าทำให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวได้เร็ว
3. ได้รับความปลอดภัยยิ่งขึ้น
4. ระยะเวลาในการอยู่โรงพยาบาลสั้นกว่า
เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ช่วยในการผ่าตัดแบบ Minimally Invasive Neurosurgery มีดังนี้
1. Navigator (ดังรูปภาพที่ 1) เป็นเครื่องมือคอมพิวเตอร์ที่ใช้บอกตำแหน่งต่างๆของสมอง ที่จะทำการผ่าตัดโดยแสดงภาพให้เห็นบนจอมอนิเตอร์ เพราะว่าการผ่าตัดสมองในตำแหน่งที่ลึกลงไป จำเป็นต้องผ่าตัดผ่านเนื้อสมองส่วนที่ดี ดังนั้นการวางแผนการผ่าตัดที่ดีและเข้าไปหาจุดหมายได้อย่างแม่นยำเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง การผิดพลาดเป้าหมายเพียงเล็กน้อยย่อมมีผลเสียต่อเนื้อสมอง ในปัจจุบันนี้มีเครื่องมือที่เรียกว่า “นิวโรนาวิเกเตอร์” โดยเครื่องมือนี้จะช่วยให้ศัลยแพทย์ทำการผ่าตัดได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น ไม่ว่าเป้าหมายที่ต้องการผ่าตัดจะมีขนาดเล็กหรืออยู่ในสมองส่วนลึก

หลักการทำงาน ระบบ Navigator นี้ได้ประยุกต์นำมาใช้จากระบบที่บอกตำแหน่งต่างๆ ของสิ่งต่างๆบนโลกใช้หลักการเดียวกันกับระบบ GPS (Global Position System) ที่ใช้การทำงานของดาวเทียมที่โคจรเหนือพื้นผิวโลกเป็นตัวรับสัญญาณที่กำหนดให้บนตำแหน่งต่างๆบนพื้นโลก จากนั้นคอมพิวเตอร์จะประมวลผลทำให้ทราบพิกัด หรือตำแหน่งต่างๆที่อยู่บนพื้นโลก ทำให้เราสามารถทราบระยะและทิศทางที่สัมพันธ์ของตำแหน่งต่างๆอย่างแม่นยำ ระบบนี้เป็นประโยชน์มากในการเดินทางของเครื่องบิน, เรือ แม้กระทั่งรถยนต์รุ่นใหม่ในต่างประเทศก็จะมีระบบ Navigator นี้ติดตั้งมาด้วย ซึ่งทำให้การขับขี่ไปในเมืองใหญ่ๆ ที่ไม่คุ้นเคยเป็นไปได้ง่ายและไม่หลงทาง โดยอาศัยการบอกตำแหน่งของรถที่ขับขี่อยู่ซึ่งแสดงบนแผนที่บนจอมอนิเตอร์
2. Endoscope (ดังรูปภาพที่ 2) เป็นกล้องผ่าตัดที่มีลักษณะเป็นแท่ง มีความยาวประมาณ 18- 20 ซม. มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 มม. และตรงปลายมีเลนส์สำหรับรับภาพ ช่วยให้การมองเห็นในจุดที่ลึกในสมองชัดเจนขึ้น ขณะทำผ่าตัดภาพจากกล้องจะถูกถ่ายทอดผ่านอุปกรณ์รับภาพไปแสดงยังจอมอนิเตอร์ เครื่องมือชนิดนี้เหมาะสำหรับการผ่าตัดบางอย่าง เช่น
1. การผ่าตัดเพื่อระบายน้ำคั่งในสมอง ซึ่งเป็นแนวทางการรักษาแบบใหม่ ที่จะหลีกเลี่ยงการผ่าตัดใส่ท่อระบายน้ำ หรือกรณีมีปัญหาจากการใส่ท่อระบายน้ำ แต่การผ่าตัดในวิธีนี้ สามารถทำได้ในบางกรณีเท่านั้นคือ กรณีที่มีอะไรไปทำให้ทางเดินของน้ำตีบตัน การผ่าตัดรักษาวิธีนี้กำลังแพร่หลายในต่างประเทศ ทำให้ผู้ป่วยหลายรายไม่จำเป็นต้องผ่าตัดใส่ท่อระบายน้ำไปตลอด
ข้อดีของการผ่าตัดชนิดนี้คือ แผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็กมาก ทำให้มีการกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อสมองไม่มาก
2. การผ่าตัดเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง โดยศัลยแพทย์จะสอดกล้องชนิดนี้ผ่านเข้าไปในโพรงจมูกข้างใดข้างหนึ่งเข้าไปจนถึงบริเวณของเนื้องอกที่ต่อมใต้สมอง และใช้อุปกรณ์การผ่าตัดที่มีขนาดเล็กสอดผ่านโพรงจมูกขนานไปกับกล้องผ่าตัด เพื่อตัดเนื้องอกออกมาเป็นชิ้น ทีละเล็กทีละน้อยจนหมด
ข้อดีของการผ่าตัดชนิดนี้คือ ไม่มีบาดแผลภายนอกให้เห็น หลังผ่าตัดสามารถรับประทานอาหารได้เลย ไม่ต้องเกรงว่าอาหารจะเปรอะเปื้อนบริเวณแผลผ่าตัด การหายใจก็สามารถหายใจได้ตามปกติ อาจจะมีอาการแน่นจมูกบ้างเล็กน้อย นอกจากนั้นอาการปวดแผลผ่าตัดค่อนข้างเล็กน้อยเมื่อเทียบกับแผลผ่าตัดอื่นๆ
นอกจากนั้นยังใช้ช่วยเสริมกับการผ่าตัด Microsurgery หรือ Key hole surgery ในมุมที่ยากแก่การมองเห็น เนื่องจากอุปกรณ์มีขนาดเล็กจึงสามารถสอดผ่านไปในที่แคบได้

3. Calvitron Ultrasonic Surgical Aspiration (CUSA) (ดังรูปภาพที่ 3) เป็นเครื่องมือที่ทำหน้าที่สลายย่อยเนื้องอกที่ต้องการผ่าตัดออกให้เป็นชิ้นเล็กๆ โดยใช้พลังงานจากคลื่นเสียงและดูดออกมา ซึ่งจะไม่รบกวนเนื้อสมองส่วนอื่น

4. Microscope (ดังรูปภาพที่ 4) การผ่าตัดโดยอาศัยกล้องผ่าตัด ด้วยกำลังขยายจากเลนส์ของกล้องอีกทั้งลำแสงที่สามารถส่องลงไปในที่ลึกๆได้ รายละเอียดต่างๆในบริเวณที่ทำผ่าตัดจึงมีมากขึ้น ซึ่งมีแสงสว่างส่องเข้าไปช่วยในการมองเห็นที่ลึกได้ชัดเจนและเป็นภาพขยาย ทำให้ผลของการผ่าตัดดีมากขึ้นกว่าการผ่าตัดโดยตาเปล่า

5. Laser (ดังรูปภาพที่ 5) ใช้แหล่งกำเนิดแสงส่องผ่าน Fiberoptic ขนาดเล็ก ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 มิลลิเมตร โดยศัลยแพทย์จะสอด Fiberoptic ขนานไปกับ Endoscope เพื่อตัดหรือจี้ตำแหน่งที่ต้องการ แสง Laser นี้จะแผ่ความร้อนในรัศมี หรือความลึกไม่เกิน 1 มิลลิเมตร ซึ่งมีความปลอดภัยต่อเนื้อเยื่อข้างเคียง และช่วยในเรื่องไม่ให้มีการเสียเลือดเป็นจำนวนมากจากการผ่าตัด

โรคที่สามารถทำการผ่าตัดแบบ Minimally Invasive Neurosurgery มีดังนี้
1. เนื้องอกในสมอง
2. ความผิดปกติของเส้นเลือดในสมอง เช่น เส้นเลือดแตก เส้นเลือดโป่ง (Aneurysm) และกลุ่มเส้นเลือดที่ผิดปกติ (AVM)
3. การติดเชื้อในสมอง ที่เกิดเป็นฝีหรือหนองในสมอง
4. จุดที่ผิดปกติในสมอง ที่มีขนาดเล็กกว่า 2 เซนติเมตร, อยู่ลึกลงไปจากผิวของเนื้อสมอง และที่อยู่ในตำแหน่งที่สำคัญของสมอง เช่น แกนสมอง (Brain Stem), ธาลามัส (Thalamus)
เครื่อง Navigator นอกจากจะใช้ผ่าตัดสมองแล้วยังสามารถใช้ในการผ่าตัดเกี่ยวกับโรคทางระบบประสาทไขสันหลัง เช่น Spine Navigator, Microscope หลายๆท่านคงทราบว่า ไขสันหลัง เป็นส่วนของระบบประสาทส่วนกลางที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสมอง ซึ่งทำหน้าที่ในการควบคุมการเคลื่อนไหว, การรับรู้ความรู้สึกของลำตัว และแขน-ขา ไขสันหลัง เป็นส่วนหนึ่งของระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งต่อเนื่องมาจากแกนสมอง ลงมาในโพรงของกระดูกสันหลัง เริ่มตั้งแต่บริเวณคอจนกระทั่งถึงบริเวณก้นกบ ระดับไขสันหลัง ทางการแพทย์แบ่งเป็น 4 ระดับ คือ ระดับคอ (Cervical), ระดับอก (Thoracic), ระดับหลัง (Lumbar) และระดับก้นกบ (Sacrum) ไขสันหลังซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่มีความอ่อนนุ่ม จะถูกปกป้องและห่อหุ้มอย่างดีโดยโครงสร้างของกระดูกสันหลังเอง หากมีความผิดปกติเกิดขึ้นที่บริเวณกระดูกสันหลัง ไขสันหลัง หรือเส้นประสาทของไขสันหลัง อาจจะทำให้เกิดความผิดปกติในการเคลื่อนไหวของแขน-ขา หรือ การควบคุมการขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะ นอกจากนั้นการรับรู้ในด้านความรู้สึกต่ออุณหภูมิร้อน-เย็น และการสัมผัส ก็จะเสียไป
ในปัจจุบันนี้ ได้มีการนำเครื่องมือที่เรียกว่า “นาวิเกเตอร์” ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สามารถคำนวณหาพิกัดต่างๆของกระดูกสันหลังบริเวณที่จะทำผ่าตัด และแสดงภาพให้เห็นในระนาบต่างๆ ตลอดจนภาพ 3 มิติของกระดูกสันหลังในบริเวณที่กำลังทำผ่าตัดและบริเวณข้างเคียง ดังนั้นถึงแม้ว่าแผลผ่าตัดจะมีขนาดเล็ก แต่ก็ยังคงทราบตำแหน่งของกระดูกสันหลังในบริเวณนั้นอย่างชัดเจน บางครั้งโครงสร้างของกระดูกสันหลังเสียหายไปจากโรคต่างๆที่เกิดขึ้น รวมทั้งความเสียหายของโครงสร้างที่เกิดขึ้นขณะผ่าตัด ทำให้บางครั้งจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์โลหะต่างๆมาเสริม เช่น การใส่สกรู (Screw) หรือ แท่งเหล็ก (Rod) เข้ามาเสริม โดยเราจะใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า นาวิเกเตอร์ (Spine navigator) ซึ่งจะช่วยวางแผนก่อนการผ่าตัด ตลอดจนบอกพิกัดต่างๆ ในขณะทำผ่าตัดได้อย่างแม่นยำ
การใช้ Spine Navigator (ดังรูปภาพที่ 6)จะใช้ร่วมกับการผ่าตัดรักษาโรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท, เนื้องอกต่างๆ ที่ไขสันหลัง, ความเสื่อมของกระดูกสันหลัง ซึ่งพบได้บ่อยเมื่ออายุมากขึ้น, ฝีหนอง หรือเส้นเลือดผิดปกติ การผ่าตัดเพื่อรักษาโรคที่บริเวณกระดูกสันหลัง ในปัจจุบันนี้มีความแตกต่างไปจากอดีตอย่างมากมาย ยกตัวอย่างเช่น การผ่าตัดรักษาหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทที่ระดับคอ หรือระดับช่วงเอว ในปัจจุบันนี้ การใช้กล้องขยาย (Microscope) มาช่วยในการผ่าตัดที่เรียกว่า “Microdiscectomy” ทำให้ได้รับผลการรักษาที่ดีขึ้น เพราะว่าการผ่าตัดผ่านกล้องขยาย ศัลยแพทย์สามารถมองเห็นรายละเอียดต่างๆได้ดีกว่า แผลผ่าตัดจึงมีขนาดเล็กลงกว่าเดิม อาการเจ็บปวดแผลหลังผ่าตัดก็ลดลง ทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และสามารถออกจากโรงพยาบาลได้เร็วขึ้น

ดังนั้น ขณะทำผ่าตัด เครื่องมือชนิดนี้จะช่วยให้การทำผ่าตัดมีความแม่นยำ ทั้งในแง่การบอกระดับที่ต้องการทำผ่าตัด และช่วยในการเลือกใช้วัสดุต่างๆ ที่จะมายึดจับกระดูกให้ได้ตามขนาดที่เหมาะสม และสามารถใส่เข้าไปในทิศทางที่แม่นยำสูงสุด อีกทั้งยังลดจำนวนรังสีที่จะได้รับในขณะผ่าตัดอีกด้วย
หมายเหตุ เครื่องมือนาวิเกเตอร์นี้ เป็นเครื่องมือชนิดเดียวกับที่ใช้ในการผ่าตัดสมอง เพียงแต่ใช้ Software ที่แตกต่างกัน ใช้หลักการเดียวกันกับ GPS (Global Positional System) ที่พบในอุปกรณ์บอกตำแหน่งที่ติดตั้งในรถยนต์ หรืออุปกรณ์เดินป่า
สรุป จากการผ่าตัดโดยใช้เครื่องมือที่ทันสมัยเหล่านี้ ที่ผ่านมาผู้ป่วยรู้สึกพึงพอใจกับผลการรักษาเพราะ
แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก มีอาการปวดแผลน้อย และระยะการนอนโรงพยาบาลก็สั้นลงด้วย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ปรึกษาได้ที่ นพ.ธีรศักดิ์ พื้นงาม ศูนย์ศัลยกรรมสมอง โรงพยาบาลพญาไท 1
โทร. 0-2245-2620 ต่อ 2625-6 หรือ Call Center 1772